ตำนานการสร้างค่ายปฏิบัติธรรม

 

ตำนาน การสร้างค่ายปฏิบัติธรรมอัครเบญจพล LOTUS CAMP

อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี

 

โดย อาจารย์ศุภกิจ อัครเบญจพล

 

เรื่องของเรื่อง อาจารย์เป็นคนที่ปฏิบัติธรรม ในวันหยุดราชการ อาจารย์จะลาพักร้อน อาศัยอยู่ปาเขาลำไพรมาตลอด ส่วนมากมักจะฉายเดี่ยว ทีนี้พอดูแก้เคล็ดชีวิตมาก ๆ คนก็มาศรัทธาเยอะขึ้น เขาอยากให้อาจารย์สอนสมาธิบ้าง อาจารย์ว่า เราพอจะมีความรู้ ช่วยคนได้ก็ช่วยคนไป เพราะอ่านพระไตรปิฎกมามากพอสมควร แล้วก็ฝึกในป่าในเหวในถ้ำมาเยอะ พออายุมากแล้ว ครูบาอาจารย์บางองค์สอนบอกว่า เอ็งน่ะ เป็นครูสอนสมาธิได้แล้ว เพราะมีประสบการณ์ด้วย มีความรู้ด้วย

 

เพราะอย่างนั้นในวันหยุดราชการ อาจารย์ก็จะแบกกลดสะพายย่าม เข้าป่าเข้าดงมาตลอด พอคนมาศรัทธาเรามาเยอะ ๆ เค้าอยากนั่งสมาธิ เรามีเจตนาดี อยากช่วยเค้านั่งสมาธิก็พาไป

 

ทีนี้ไปไกลไม่ได้ ไปได้แค่วัน 2 วัน 3 วัน เพราะรับราชการอยู่ อาศัยตามวัดต่าง ๆ นั่งสมาธิไปเรื่อย ๆ  มีอยู่วันหนึ่ง อาจารย์พาลูกศิษย์ ไปนั่งที่วัดมเหยงค์ มันก็เกิดปัญหา ฝนตกฟ้าร้อง เพราะเป็นโบสถ์ร้างไม่มีหลังคา พายุเข้าก็ทนเอา ส่วนมากจะเน้นฝึกลูกศิษย์ให้เกิดความอดทน มีอิทธิบาท 4 แต่ว่ามันก็จะเป็นอุบายของครูบาอาจารย์ ที่ต้องฝึกลูกศิษย์ให้เข้ม

 

ตอนหลัง น้ำท่วมที่วัดมเหยงค์ ก็มานั่งนึกว่า ลูกศิษย์มีเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ไปนั่งสมาธิตามวัดบ้านนอกบ้าง ป่าช้าบ้าง ก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร หลายๆ สถานธรรมหรือวัดอื่น เขาก็มามองๆ นึกว่าเราจะมาขโมยของหรืออย่างไร เพราะบางทีก็กลับมืดกลับค่ำ

 

เลยตัดสินใจ มีอยู่ปีหนึ่ง น้ำท่วมไปไหนไม่ได้ อาจารย์ก็นั่งนึกนอนนึกว่า ควรจะหาซื้อที่ดินสักแปลง 1 ที่ราคาถูกๆ สตางค์ไม่ค่อยมี เพราะเอาเงินไปทำบุญหมด เงินเดือนก็น้อย ตระเวนหาที่ดินอยู่ประมาณครึ่งปีค่อนประเทศ  เวลาไปไหนมาไหนก็แล้วแต่ พยายามดูที่ดินที่ขายราคาถูกหน่อย

 

มีอยู่วันหนึ่งช่วงวันเสาร์ มีคนมาบอกว่า ที่ดินที่เมืองกาญจนบุรี มีที่พอจะสร้างสถานธรรมได้ ที่อยู่ไม่ไกลบ้านเขา พอไปดูจริง ๆ แล้ว ที่นั่นอยู่บนภูเขา ลมก็เย็นดีนะ แต่หันหน้าไปเป็นคอกไก่ฟาร์มไก่ทั้งนั้น ผลสุดท้ายก็ไม่ได้ พอไม่ได้ก็ปลงตก ไม่เอาละ เดินทางจากเลาขวัญมาสถานที่ตรงนั้น เค้าบอกให้กลับกรุงเทพด่วน ต้องไปทางลัด แต่ไม่ไป ไปเที่ยวมาเรื่อย ๆ ดีกว่า ปลงตกว่า ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่เอาละ มากินก๋วยเตี๋ยวที่บ่อพลอย มายืนดูภูเขาตรงหน้าร้าน คิดว่าแถว ๆ นี้น่าเหมาะแต่ว่ามันก็คงหมดปัญญาแล้ว ปลงตก

 

พอขับรถจะเข้ากรุงเทพฯ มาถึงบริเวณบ้านเขาเขียว มีร้านขายข้าวโพดต้ม เลยลงรถซื้อข้าวโพดต้มหน่อย เพราะจำได้ว่า ตอนที่มหาวิทยาลัยส่งไปดูงานที่เกาหลี แล้วอยากกินข้าวโพด ที่นั่นเขามีขายข้าวโพดต้ม 3 ฝัก 100 บาท เลยเจ็บใจ มาถามเขาราคาเท่าไหร่ เขาบอก 3 ฝัก 20 บาท อาจารย์เลยเหมาหมดเลย ได้คุยลองถามเขาเล่น ๆ ว่า มีใครขายที่ดินแถวนี้บ้างไหม ที่ราคาถูก ๆ นะ เค้าก็บอกโน้นต้องไปถามคนนั้น ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน เลยไปถามเขา พอถามเสร็จเขาบอกว่า โน้น..ห่างไปจากตรงนี้สัก 2 กิโลเมตรครึ่ง มีอยู่ 2 ที่ ไปดูสิ

 

ตอนนั้นไปก็ประมาณห้าโมงเย็น  เขาประกาศขายที่ดินประมาณ 29 ไร่ในตอนแรก พอไปดูเสร็จปุ๊บ โอใช่แล้ว..ตรงนี้แหละที่เราหามานานแล้ว ก็กลับมา ตกลงว่าเขาขายราคาไม่แพงหรอก

 

อาจารย์มีลูกศิษย์ลูกหาที่เคยบอกว่า เมื่อผมรวยอยู่ดีมีสุขแล้ว อาจารย์จะเอาอะไรก็บอก ถ้าอาจารย์จะสร้างสถานธรรมบอกผม ผมยินดีนะ อาจารย์เลยโทรไปบอกเขา บอกว่าอยากได้ 5 ไร่ เป็นสถานธรรม หรือเป็นที่เก็บตัวเอง ตอนแก่ตอนเฒ่าเมื่อเกษียณราชการแล้ว ทีนี้ไปเจอที่ดินที่ถูกใจมาก แต่เขาขาย 29 ไร่ จะทำอย่างไรดี ลูกศิษย์บอกว่า ไม่ต้องกังวล จะซื้อให้หมดเลยยกแปลง ก็ตกลง โดยนัดหมายวันเวลาโอนที่ดินในวันอาทิตย์ต่อมา ลูกศิษย์จัดการให้เรียบร้อยหมด

 

ตกกลางคืน อาจารย์นั่งสมาธิ นึกถึงที่ดินแปลงนี้ กลับกลายเป็นว่า เห็นปู่ฤาษีเดินเข้ามา ในสมาธิ ท่านบอกว่า "มึงมาก็ดีแล้ว กูจะได้ไปซะที กูเฝ้าที่ตรงนี้มานานแล้ว เพื่อที่จะรอมึง"  อาจารย์กราบขอบพระคุณ และบอกปู่ฤาษีว่า "ผมชอบที่ตรงนี้ ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันเป็นไหล่เขา เป็นเนินนิดๆ เหมาะที่จะสร้างความวิเวก แต่ผมมาสร้างที่ตรงนี้ มาสร้างให้กับประชาชน ให้เค้าทำบุญทำทาน รู้จักการนั่งสมาธิ เป็นบุญกุศลให้กับทุกคนที่ล่วงลับไปแล้ว หรือที่มีชีวิตอยู่ เค้าก็ได้บุญเมื่อเป็นเจ้าภาพ  วิญญาณที่อยู่ตรงนี้ทั้งหมด ที่ตายซับตายซ้อน สิงสาราสัตว์ ท่านก็พลอยอนุโมทนา"

 

อาจารย์ได้บอกปู่ฤาษีต่อไปว่า "ปู่ฤาษียังไปไม่ได้หรอกครับ ผมไม่มีสตางค์ที่จะสร้างสถานธรรม มีแต่ผืนที่ดินอย่างเดียว ก็คงทำไม่ได้"  ท่านบอกว่า "เวลามีเรื่องเดือดร้อน เอ็งก็จุดธูป 9 ดอก บอกข้าแล้วกัน แล้วข้าจะมาช่วยเอ็ง" อาจารย์บอกไปว่า "ช่วยผมด้วยครับ ผมจะสร้างเพื่อพระศาสนา"

 

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ อาจารย์จุดธูป 9 ดอกตลอด เมื่อไปสถานธรรม มีอยู่ครั้งหนึ่งได้จุดธูป และบอกว่า วันใดวันหนึ่ง ที่ผมบรรลุเป้าหมายแล้ว ผมจะสร้างศาลเพียงตาตั้งไว้ให้ ท่านช่วยผมมาตลอด เวลาเงินหมด ท่านก็จะให้ ท่านเมตตามาให้ในนิมิต ก็จะดลใจให้คนเอาสตางค์มาช่วย

 

ตามหลักสายพระป่า ก็จะไม่มีของพวกนี้หรอกครับ จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องของทางพวกไสยเวทไสยศาสตร์ แต่นี่เป็นศาลพ่อปู่ฤาษี เป็นศาลแห่งความกตัญญู สำหรับผู้มีพระคุณ ที่ช่วยอาจารย์สร้างสถานธรรม อาจารย์ได้สร้างไว้ สำหรับเคารพกราบไหว้ สักการะบูชา ขอเพียงสูงแค่ดวงตาของอาจารย์ เขาเรียกว่า “ศาลเพียงตา”

 

ในช่วงการก่อสร้าง อาจารย์จุดธูปบอกมาตลอด มีคนมาช่วยอาจารย์ตลอด จนบรรลุเป้าหมาย อาจารย์ก่อสร้างศาลเพียงตา ปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้ เป็นศาลพ่อปู่ฤาษี แล้วก็ยังสถิตย์จนถึงทุกวันนี้ ท่านคอยดูแลลูกศิษย์ลูกหา ที่เข้าไปนั่งภาวนาปฏิบัติธรรม  

 

ที่สถานธรรม อาจารย์ก็ให้ทั้งหมด ให้ใช้สถานที่ ให้น้ำ ให้ไฟ อาหาร 3 มื้อ ฟรีตลอดงาน ขอเพียงให้ตั้งใจปฏิบัติ รักษาศีล 5 กันแค่นี้ เราต้องการแค่บุญ แค่นี้เราพอใจแล้ว เพราะฉะนั้น การก่อสร้าง ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ยังมีการก่อสร้างอยู่ตลอด อันไหนที่พอจะทำได้ เราก็ทำ อันไหนทำไม่ได้ เราก็ระงับโครงการไว้ก่อน แต่ส่วนมาก พอเวลามีโครงการทำ เราก็จะบรรลุเป้าหมายได้เร็ว เพราะมีคนมาช่วย เหมือนพ่อปู่ฤาษีดลใจมาช่วยตลอด

 

ดังนั้น เวลาใครมีเรื่องเดือดร้อน มีเรื่องวุ่นวายใจ ไปจุดธูป 9 ดอกบอกท่าน จริง ๆ แล้ว ท่านก็คือ เทวดาเจ้าที่ ที่อยู่รักษาผู้ปฏิบัติธรรมอยู่ละแวกนั้น

 

นี่คือ ตำนานที่มาที่ไปของ การสร้างค่ายปฏิบัติธรรมอัครเบญจพล Lotus Camp จังหวัดกาญจนบุรี

 

โดย อาจารย์ศุภกิจ อัครเบญจพล
บันทึกไว้เมื่อ วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559



 

 


วัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง ค่ายปฏิบัติธรรมอัครเบญจพล LOTUS CAMP
 

1. เพื่อสืบทอด จรรโลง พระศาสนา

2. เพื่ออบรมจิต จริยา กรรมฐาน

3. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต กิจการงาน

4. เพื่อประสานงานทุกด้าน ให้เป็นจริง

 


 

ธรรมะกลางป่า  และแรงบันดาลใจสร้างสถานปฏิบัติธรรม

 

โดย อาจารย์ ศุภกิจ  อัครเบญจพล

อดีตผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายอำนวยการ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

และผู้ก่อตั้ง ค่ายปฏิบัติธรรมอัครเบญจพล Lotus Camp  อำเภอบ่อพลอย  จังหวัดกาญจนบุรี
 

 

ธรรมะกลางป่า แรงบันดาลใจสร้างสถานปฏิบัติธรรม

 

ยามเมื่อมีเวลาว่าง ข้าพเจ้าจะให้รางวัลชีวิตของตนเอง โดยการเที่ยวป่า พักแรมในป่า บางครั้งก็เป็นวัดป่า เพื่อศึกษาการปฏิบัติธรรม ฝึกสมาธิ ซึ่งบางครั้งได้มีโอกาสศึกษาแมกไม้ต่างๆ และวัสดุตามธรรมชาติ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในงานภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัย และใช้ในการเรียนการสอน

 

การเดินทางพักแรมในป่า มีความรู้ 2 แบบ

1. ความรู้ทางโลก

2. ความรู้ทางธรรม
 
 
1. ความรู้ทางโลก


นำมาพัฒนางานที่ทำอยู่ เช่น การเรียน และการสอนตลอดจนการออกแบบส่วนต่างๆ ป่ามีความงามตามธรรมชาติ แมกไม้ ภูเขา ลำธาร กรวด หินดินดำ สายลม แสงแดด เหมือนมีผู้ใดบรรจงสร้างไว้ประดับโลก
 
 
นักเดินป่าพักแรมตามป่า ประทับใจ ได้ถ่ายทอดจินตนาการจากภูมิทัศน์ที่งดงามมาเป็นศิลปะการจัดสวนในเมืองกรุง การนำสิ่งที่มีชีวิตมาจัดให้สวยงามไม่ใช่ของง่ายนัก ถ้าไม่ศึกษา  โดยสภาพปัจจุบัน นิยมจัดสวนป่ามากมาย ทำให้ทราบดีว่า คนต้องการความร่มรื่นของแมกไม้นานาชนิด  มีทั้งต้นไม้ใหญ่-เล็ก ไม้ในร่มและไม้กลางแดด ไม้มีกลิ่นหอม สมุนไพร ตลอดจนการใช้สีสันของต้นไม้ และนำวัสดุอื่นๆ มาประกอบให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด เช่น หิน กรวด ท่อนไม้ ทราย ดิน
 
 
เมื่อมีเวลาพักผ่อนก็ยังมีธรรมชาติอยู่รอบๆอาคารที่พัก และที่ทำงาน ได้อารมณ์ที่สุข สงบ อิสระ ได้คลายเครียดจากการทำงานพอสมควร การเดินป่า พักแรมในป่า ทำให้มีการศึกษาภูมิทัศน์มุมมองที่กว้าง
 
 
เมื่อมีโอกาสขอเชิญเที่ยวป่าเมืองไทยที่งดงามและช่วยกันอนุรักษ์ป่า น้ำ ดิน เพื่อคนรุ่นต่อไป ไม่ไปไม่รู้ ต้องศึกษาให้ลึก รู้ชัด รู้แจ้ง เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาป่าให้ยั่งยืน


ธรรมะกลางป่า

 


2. ความรู้ทางธรรม

 

ในยามว่าง ข้าพเจ้า เป็นนักเดินทางพักแรมกลางป่า บางครั้งได้เดินทางไปพร้อมกับพระธุดงค์ก็ได้ธรรมะ ฝึกจิตให้กับตนเอง เที่ยวป่าศึกษาพันธุ์ไม้และได้สมาธิ ป่ากับสมาธิควบคู่กันและสมดุลกับชีวิต

 

ธรรมะที่ได้จากในป่า คือ สมาธิ สติ รอบรอบ อดทน การปล่อยวาง ปลงได้พอสมควรกับสังคมคนกรุง

 

ข้าพเจ้าสนใจ และสงสัยมาตลอด  พระธุดงค์อยู่ในป่าใหญ่ ป่าลึก ฝึกสมาธิอย่างไรถึงมีฤทธิ์ มีเดช ญาณ อำนาจความศักดิ์สิทธ์ ในสิ่งที่ท่านกำหนดไป เช่น รู้วาระจิตของคน และวาจาศักดิ์สิทธิ์ ช่วยคนพ้นทุกข์ได้  เพราะท่านก็เป็นคน เราก็เป็นคน ท่านทำได้เราฝึกอย่างท่านคงต้องได้แน่นอน

 

ข้าพเจ้าฝึกสมาธิ วิปัสสนากรรมฐานมาตลอด ตั้งแต่ปี 2516 พอจะได้อะไรบ้าง และเข้าใจธรรมะจากพระป่าได้มากขึ้น เพื่อนำมาพัฒนาชีวิตของตนเองได้ดีขึ้น

 

ทำไมพระธุดงค์ต้องอยู่ในป่า ถ้ำ ภูเขา ป่าช้า เพราะท่านหาความสงบ วิเวก และความร่มเย็นของแมกไม้ ทำให้ใจสงบเร็วเหมาะกับการฝึกสมาธิ เลิด ลด ละ กิเลสได้  "สิ่งแวดล้อมดี ไม่เป็นพิษและไม่ยั่วยุกิเลส" สภาพปัจจุบันการเดินป่า นอนกลางป่า สะดวกสบาย มีรถยนต์ส่งถึงที่

 

จากแรงบันดาลใจดังกล่าว ทำให้ข้าพเจ้าสร้าง ศูนย์ฝึกภาวนาอัครเบญจพล และ ค่ายปฏิบัติธรรมอัครเบญจพล เพื่อรองรับการอบรมของประชาชนและกิจกรรมของเยาวชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต พื้นที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ทิวทัศน์สวย อากาศดี น้ำ-ไฟพร้อม

 

สถานที่สามารถรองรับผู้อบรมได้ 400 คน ซึ่งตั้งอยู่ เลขที่ 57/3 หมุ่9 บ้านเขาเขียว ถ.อู่ทอง-บ่อพลอย ก.ม.7 ต.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี (หลังโรงเรียนบ้านเขาเขียว)

 

*ท่านผู้สนใจในเรื่องสมาธิ วิปัสสนากรรมฐาน ควรศึกษาดังนี้

 

1. จากตำรา ข้อมูลทางพุทธศาสนา ชีวประวัติของพระเกจิอาจารย์ในสายพระธุดงค์

2. นำข้อธรรมะมาปฏิบัติอย่างช้าและละเอียด โดยใช้ร่างกายทดลองทำสมาธิ เช่น การเดินจงกรม การนั่งสมาธิ ภาวนาพุทโธ สัมมา-อะระหัง ยุบหนอ-พองหนอ  ภาวนาอะไรก็ได้ เลือกใช้ให้ถูกจริต เพราะการฝึกสมาธิ มี 40 วิธี

3. ฝึกสมาธิทุกวัน ด้วยใจรักที่จะศึกษาพัฒนาจิต และกายของตนอย่างมีสติ

 

ประโยชน์ของการฝึกสมาธิในป่า

 

1. ร่างกายแข็งแรง สุขภาพจิตดี

2. มีความอดทน ทั้งกายและใจในทุกสังคม การครองงานอย่างมีสติ และพบความสำเร็จในชีวิตจริง

3. ได้พบสัจธรรมของชีวิต ว่าแท้จริงแล้ว ตัวเราไม่ใช่ตัวเรา ความดีเท่านั้นที่คงไว้

4. เป็นคนดีของสังคมในกรอบของ ศีล สมาธิ ปัญญา

5. รู้สภาพป่าและวัสดุการเกษตร นำมาประยุกต์การเรียนการสอน

 


****************************

*อ้างอิงจาก
ประสบการณ์ชีวิตของอาจารย์เอง ที่ได้ฝึกสมาธิ วิปัสสนากรรมฐานมาตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516

****************************

Visitors: 1,241,413