ฝันเป็นจริง..มีบ้านเป็นของตัวเอง

สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ อี๊ด เป็นเพื่อนรุ่นพี่ของปุ๊ เคยทำงานด้วยกัน ที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง  และได้รู้จักกับอาจารย์ศุภกิจ และพี่อ้อยพร้อมกันกับปุ๊ โดยในวันที่ปุ๊เล่าให้ฟังว่า ไปพบอาจารย์ครั้งแรกพร้อมกับเพื่อน 3 คน อี๊ดไม่ได้ไปด้วย แต่ฝากรูปไปให้อาจารย์ดูให้ ปุ๊เขาจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ แต่อี๊ดจะมีปัญหาเรื่องญาติพี่น้อง ที่อยู่อาศัย เพราะเป็นครอบครัวใหญ่ อาศัยอยู่รวมกับพี่สาวของสามี เพราะยังไม่มีบ้านของตัวเอง

 

พอรุ่งเช้า ปุ๊บอกเรื่องกรรมของอี๊ด ที่อาจารย์ดูให้ว่า จะเป็นทุกข์เกี่ยวกับเรื่องญาติพี่น้อง ทุกคนก็อึ้งกันหมด ว่าอาจารย์สามารถรู้ได้อย่างไร และหลังจากที่ได้ทำบุญ ถวายสังฆทานแก้กรรมตามวิธีของอาจารย์ ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้ไปพบอาจารย์ ถึงจะถือว่าแก้กรรมได้สำเร็จ หลวงตาท่านที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรท่านอโหสิกรรมให้แล้ว

 

อี๊ดก็ไปพบอาจารย์ด้วยตนเอง และได้นำรูปถ่ายของสามี และลูกชายทั้ง 2 คน ไปให้อาจารย์ดูให้ หลังจากที่ได้แก้กรรมกันหมดทั้งครอบครัวและนั่งสมาธิทุกวัน อย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง ตามที่อาจารย์บอก เพราะอาจารย์จะเน้นในเรื่องการนั่งสมาธิมาก  ชีวิตของตนเอง และครอบครัวก็ดีขึ้น  เราจึงคิดว่าเรามาถูกทางแล้ว

 

อาจารย์และพี่อ้อยจะสอน ในเรื่องการปฏิบัติธรรม การนั่งสมาธิ มีปัญหาสิ่งใด อาจารย์และพี่อ้อยจะคอยแนะนำ ช่วยเหลือทุกครั้ง พวกเราจึงยกย่องอาจารย์และพี่อ้อยว่า เป็นพ่อแม่ทางธรรมของพวกเรา ดังที่ปุ๊ได้กล่าวไว้ เพราะท่านทั้ง 2 เป็นผู้นำพาพวกเรา เข้าสู่เส้นทางธรรมะที่แท้จริง ให้พวกเราได้ปฏิบัติตาม พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์  ปุ๊กับอี๊ดถือเป็นรุ่นแรก ที่เข้าเป็นศิษย์ของอาจารย์ อาจารย์จึงเรียกพวกเราว่า “ไอ้ก้นกุฏิ”

 



 
บทที่ 2 ฝ้นที่เป็นจริง
               
 
ตามที่ได้เล่าให้ฟังแล้วว่า อี๊ดอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง เพื่อเป็นมรดกให้กับลูก ๆ แต่ด้วยเงินเดือนเพียงน้อยนิด เราจะซื้อบ้านได้อย่างไร ต่อมาอีกไม่นาน หลังจากที่ได้ปฏิบัติตามที่อาจารย์และพี่อ้อยบอก ประมาณ 1 ปีต่อมา ใน ปีพ.ศ. 2539 น้องชายก็มาชวนให้ไปซื้อบ้าน ในหมู่บ้านเดียวกันกับเขา พอดีทางโครงการเขาเปิดขายเฟส 1 จึงไปดู และก็อยากได้ แต่ด้วยกำลังเงินของเราน้อย กลัวจะผ่อนไม่ไหว
 
 

ไปปรึกษาอาจารย์ว่า อี๊ดอยากซื้อบ้าน แต่กลัวจะไปไม่รอด อาจารย์จึงพูดว่า “ไอ้อี๊ด มึงยังไม่ลงชกเลย มึงจะรู้ผลได้อย่างไรวะ” พอได้ยินอาจารย์พูดว่ายังงั้น ก็เลยโทรไป ติดต่อกับเจ้าของโครงการ เชื่อไหมว่า เจ้าของโครงการเป็นลูกค้าของบริษัทเงินทุนฯ ที่อี๊ดทำงานอยู่  เขาเมตตาลดราคาบ้านให้ และให้ผ่อนเงินดาวน์ โดยแบ่งเป็นชำระเป็นงวด เดือนละแปดพันบาท จึงทำให้อื้ดพอมีกำลังผ่อนไหว  พองวดสุดท้ายที่ต้องจ่ายให้โครงการ ยิ่งกว่าปฎิหารย์มีจริง พี่ชายคนที่ 5 ให้เงินมาช่วยอีกประมาณสองแสนบาท จนทำให้อื้ดสามารถซื้อบ้านได้สำเร็จ มีชื่อของตัวเองอยู่ในโฉนดที่ดิน มีมรดกไว้ให้ลูกหลาน ตามที่ฝันไว้ (ถึงแม้ว่ายังผ่อนธนาคารอยู่ก็ตามเถอะ แต่ก็เหลืออีกไม่มากเท่าไร

 
 

ยังมีเรื่องเล่าให้ฟังอีกมาก อย่างเช่น อาจารย์กับพี่อ้อยจะรู้ล่วงหน้าว่า จะเกิดเหตุการณ์อะไรกับศิษย์ และจะเตือนให้ระวัง  เอาไว้ ให้ปุ๊เค้าเล่าให้ฟังดีกว่า เพราะเค้าจะเป็นคนชอบชวนไปดูดวง ไปหาหมอดู จนเจอดีกันทั้งคู่ ต้องเดือดร้อนมาให้อาจารย์ กับพี่อ้อย ช่วยเหลือแก้ให้ทุกครั้ง แต่ขอย้ำว่า เรามีอาจารย์กับพี่อ้อย เป็นผู้แนะนำทางที่ดีที่สุดแล้ว อย่านอกลู่นอกทาง อย่าสะเปะสะปะ อย่าเที่ยวเสาะหา อย่าเป็นเหมือนพวกเราที่มัวท่องยุทธจักร ทำให้เสียเวลาในการปฎิบัติมาก ๆ    เร่งปฏิบัติเถิด


 

อี๊ด ศิษย์ก้นกุฏิ 
 

Visitors: 1,491,307