เรียนจบได้เพราะครู


เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดใจผมเรื่องหนึ่ง  ที่เกิดขึ้นกับครูบาอาจารย์ที่ผมเคารพนับถือ ผมไม่ปฏิเสธ และพร้อมพูดได้เต็มปากว่า ผมเป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์ศุภกิจ อัครเบญจพล คนหนึ่งในหลาย ๆ คนที่เคารพนับถือท่าน ใครจะว่าหาว่าผม Promote ครูบาอาจารย์ ก็ช่างเขา ก็เรื่องที่ผมจะเล่านี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นมิควรหรอกหรือ ที่จะเล่าด้วยความเคารพเทิดทูนครูบาอาจารย์ และเผยแพร่ความจริงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้นแต่อย่างใด
 
 
ก่อนเริ่มเรื่อง ผมขอแนะนำตัวเองก่อนนะครับว่า ผมมีตัวตนจริง อ้างอิงได้ (เอาเท่าที่ไม่กระทบต่อใคร ๆ เขานะครับ) ผมชื่อ นายวิวัฒน์ อยู่ประเสริฐ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะบริหารธุรกิจ และปริญญาโท ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ คณะพัฒนาสังคม เคยทำงานเป็นรองผู้อำนวยการ ฝ่ายสินไหมรถยนต์ ในบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ปัจจุบันหาเลี้ยงตัวเอง โดยการทำธุรกิจส่วนตัว ขายผลิตภัณฑ์สารชีวเคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม และงานจิปาถะ ที่พอจะเป็นเงินได้ ในการเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว เพราะลูกยังเล็กเมียก็เด็ก (น่ารักด้วย) รู้จักผมแบบคร่าว ๆ แล้วนะครับ คราวนี้มาเริ่มว่า ผมรู้จักท่านอาจารย์ได้อย่างไรดีกว่านะครับ
 
 
ผมเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง ในปีพ.ศ. 2530 และเป็นนักกิจกรรมตัวยง (แต่ความจริงขี้เกียจเรียนหนังสือ) ซึ่งมักจะเป็นข้ออ้าง ที่ยังเป็นสมัยนิยมอยู่ หลังจากนั้นประมาณ 2-3 ปีให้หลัง ผมเริ่มตามเพื่อนที่จบโรงเรียนมัธยมเดียวกัน เข้าชมรมศิลปะป้องกันตัว (อาวุธไทย) เพื่อนผมมันเรียนกระบี่-กระบอง ก็อยากเรียนกับมันบ้าง จึงทำให้ได้พบกับท่านอาจารย์ศุภกิจฯ ที่เป็นครูผู้ฝึกสอน ที่เสียสละเวลามาสอน โดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทนใด ๆ เลย พวกเราจึงมักเรียกท่านอาจารย์ศุภกิจฯ ว่า “ครู“ แถมบางครั้ง พวกเรายังทานข้าวฟรีอีกต่างหาก ซึ่งก็ไม่ใช่ใครเลยที่เป็นคนทำ ก็ภรรยาครูนะแหละครับ ซึ่งพวกเรามักจะเรียก ว่า “แม่อ้อย“ โดยมีเพื่อนผมไอ้ตัวดีที่ชื่อ “ต้ม“ เป็นผู้นำเสนอ (ว่าแล้วก็คิดถึง)
 
 
การสอนของ “ครู” นั้น จะต้องให้พวกเราไป รับนิสัย” ซึ่งเป็นพิธีทางสาย หลวงพ่อกบ วัดเขาสาลิกา และ หลวงพ่อโอภาสี วัดหลวงพ่อโอภาสี บางมด  ในพิธีกรรม พวกเราจะต้องนั่งสมาธิ จนกว่าเทียนจะหมดเล่ม รู้ว่าเมื่อยมาก ๆ “ครู” มักจะเน้นให้พวกเรานั่งสมาธิอยู่เสมอ ๆ (รู้สึกยิ่งเล่ายิ่งยาว ออกนอกเรื่องอยู่เรื่อย ขอรวบรัดเลยแล้วกัน)

 


ความประหลาดใจครั้งแรก “ครู...ไล่ผี”

 

มีอยู่วันหนึ่งประมาณ 1 ทุ่ม มีนักศึกษาที่กลับมาจากรับน้อง ได้วิ่งมาหาพวกเรา บริเวณที่ซ้อมกีฬา ถามหาครู  พวกเราจึงได้ถามว่า มาหาด้วยเรื่องอะไร จึงทราบว่า มาเพื่อขอให้ครูไปไล่ผีให้ และได้เล่ารายละเอียดให้ฟังว่า มีน้องนักศึกษาผู้หญิงคนหนึ่ง มีอาการเหมือนผีเข้า ตาขวางพูดไม่รู้เรื่อง หลังกลับมาจากรับน้อง พวกรุ่นพี่ได้นำนักศึกษาคนนั้น ขึ้นไปไหว้พ่อขุน และเอาช้างแก้บน มาแทงที่ตัวน้องคนนั้น เมื่อแทงด้วยช้างแล้ว น้องคนนั้นรู้สึกตัวดี พูดเป็นปรกติ แต่เมื่อลงมายังลานข้างล่าง ปรากฏว่า มีอาการเหมือนเดิม ทำอย่างนี้อยู่ 2-3 ครั้ง ก็เป็นเหมือนเดิม พอดีมีเจ้าหน้าที่ภายในมหาวิทยาลัยเห็นเข้า จึงได้บอกให้ ลองไปตามครูมาไล่ผีดู จึงได้มาตาม 
 
 
เมื่อครูทราบเรื่อง ก็ได้ให้ผมไปยืมขันจากพรรคฯ ข้าง ๆ ที่ซ้อมกีฬาอยู่ และให้นำไปใส่น้ำ แล้วเอาใบมะขามใส่ไปด้วย เมื่อนำมาให้ ครูก็นำมาทำเป็นน้ำมนต์ แล้วนำไปพรมใส่น้องคนนั้น เมื่อพรมใส่ ก็เห็นน้องคนนั้นมีอาการดีขึ้น มีสติรู้ตัว พูดรู้เรื่อง ครูก็พูดขึ้นว่า ไม่เป็นอะไรแล้ว แล้วก็เดินกลับมาที่ซ้อมกีฬาตามเดิม 
 
 
ผมได้แอบถามครู ทราบมาว่า ผีตัวนั้น อยากนั่งรถมาด้วย แล้วน้องคนนั้นดวงตก จึงได้มาสิง และได้ถามอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง แต่จำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้ว เนื่องจากเวลาผ่านมาเป็น 10 ปีกว่าแล้ว นั่นเป็นครั้งแรก ที่ได้เห็นการไล่ผีจะ ๆ กับลูกกะตาตนเอง และก็แอบคิดว่า ครูเราก็เก่งเหมือนกันนะเนี่ย
 
 

จบได้เพราะครู
 
 
 
ตามที่ได้เคยกล่าวนำมาแล้วว่า  ผมนั้นเป็นคนที่ขี้เกียจเรียน เมื่อตอนปี 4 ยังเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัยเย้ว ๆ อยู่ ในปีนั้นจำ ได้ว่า ทางมหาวิทยาลัย เป็นเจ้าภาพกีฬามหาวิทยาลัย แล้วในเวลาเดียวกัน ก็มีงานรับปริญญา เห็นเพื่อน ๆ ที่เข้ามาพร้อม ๆ กัน รับปริญญากันแล้ว ก็จึงรู้สึกหน้าชา ๆ ว่านี่เรายังไปไม่ถึงไหนเลย หน่วยกิจยังเก็บได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเอง 
 
 
หลังจากแข่งกีฬาเสร็จ จึงได้ตั้งหน้าตั้งตาเก็บหน่วยกิจที่เหลืออย่างเดียว ในตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด ทางมหาวิทยาลัย  มีการสอบปีละ 8 ครั้ง คือ มี 2 Summer  กับอีก 2 สอบซ่อม ผมก็พยายามเก็บหน่วยกิจจนเกือบหมด  ติดอยู่วิชาเดียวสอบกี่ครั้ง ๆ ก็ไม่ผ่าน วิชานั้น  คือ ST 203 ตอนนั้นครูเริ่มที่จะดูแก้กรรมบ้างแล้ว    แต่ผมก็ไม่ได้ให้ครูตรวจดูสักที มัวแต่ดูอย่างอื่น
 
 
พอมีโอกาสจึงได้ไปหาครู และทำการแก้กรรม สมัยก่อน ของที่ถวายวัดเพื่อแก้กรรมนั้น ยังมีบาตรเป็นลูก ๆ เชือก มีดโกน และอะไร ๆ อีกหลายอย่าง ตัวผมเองนั้น ต้องทำถึง 2 รอบ ทั้งนี้ก็ด้วยความประมาทของตนเอง ที่รอบแรกไม่ได้ตั้งจิตอธิษฐานถึงเจ้ากรรมนายเวร ก็ต้องไปทำใหม่อีกครั้ง
 
 
หลังจากนั้นเมื่อผลสอบออก ปรากฏว่าผ่านครับ ผมจบเป็นบัณฑิตจริง ๆ โดยใช้ระยะเวลาในการเรียน 5 ปีครึ่ง และเมื่อจบการศึกษา ก็มีการประกาศรับสมัครงาน จากทางห้างสรรพสินค้าชั้นนำแห่งหนึ่งในย่านนั้น คนไปสมัครงานเป็นจำนวนมาก แต่เชื่อไหมครับ ห้างฯ นั้นได้รับผมเข้าทำงาน เป็นเจ้าหน้าที่จัดหาสินค้า จากคนที่สมัครเป็นจำนวนมาก เรียกว่า นอกจากเรียนจบแล้วยังได้งานทำอีกต่างหาก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแหละครับ

 


Love note 

 
 
ชีวิตผมที่ผ่าน ๆ มาหากจะเปรียบเทียบเป็นกราฟแล้ว มันช่างขึ้น ๆ ลง ๆ สลับฟันปลากันดีจริง ๆ ดีเป็นช่วง ๆ สลับกับแย่เป็นช่วง ๆ เหมือนต้องมีการเริ่มต้นใหม่อยู่เสมอ ในส่วนตัวผมเองนั้ นผมได้ขาดการติดต่อกับครู ไปเป็นเวลาประมาณ 10 ปี ด้วยภารกิจหน้าที่ และมีครอบครัว แต่เรื่องบุญก็มิได้ทิ้ง เพียงแต่ไม่ได้นั่งสมาธิเลย 
 
 
ได้รับใช้ใกล้ชิดและเป็นลูกศิษย์ หลวงปู่ หลวงตา หลวงพ่อบ้าง ได้เห็นสิ่งที่ประหลาดใจ เหลือเชื่อ เช่น การรู้จิตเจตนาของญาติโยมที่มาหาหลวงพ่อ ท่านตอบคำถาม โดยไม่ต้องถาม ท่านให้สิ่งของที่อยากได้ โดยไม่ต้องพูด เพียงมองหน้าก็ทราบ ต่อมาภายหลังบางองค์ ร่างกายไม่เน่าอีกต่างหาก ทั้งที่ไม่ได้ฉีดยาแต่อย่างใด แต่ก็นั่นแหละครับ เรายังมิได้ดีอย่างท่าน ซึ่งจะเป็นคำพูดที่ครูมักจะพูดบ่อย ๆ 
 
 
ผมนั้นด้วยความทุกข์ใจ และสงสัยถึงจังหวะชีวิตที่เกิดขึ้น ไม่รู้จะหันไปทางไหน หลวงปู่ หลวงตา ที่เคารพนับถือ ก็มรณภาพไปหมดแล้ว จึงได้หวนคิดถึงครูอีกครั้ง หลังจากไปผจญโลก การกลับมาหาครูนั้น ท่านก็ยังคงเมตตาผมอยู่เหมือนเดิม และผมก็ได้ทำการแก้กรรมอีกครั้ง และก็ได้พาภรรยากับลูกสาวมาแก้กรรมด้วย เมื่อครูดูให้ภรรยาผมนั้น ท่านพูดในทันทีว่า “เอ็งนะมันไม่ค่อยพูด มีอะไรก็จะเขียนติดตู้ไว้ ไอ้วัฒน์นะมันไม่มีอะไรหรอก”  ผมล่ะหัวเราะออกมาทันที ส่วนภรรยาผมก็นั่งอมยิ้มแบบอาย ๆ ก็เพราะว่า เวลาที่ผมกลับบ้านดึก ๆ ผมมักจะเจอ Love Note แปะไว้ที่ตู้เสมอ ๆ เป็นการระบายความในใจของภรรยาผม ผมไม่เคยเล่าให้ครูฟัง เพราะมิได้ติดต่อมาหลายปี จะมีคนที่รู้ คือ เพื่อนที่ไปที่บ้านผม แค่คนเดียวเท่านั้นที่เคยเห็น เหลือเชื่อจริง ๆ ครับ  ต่อไปจะไม่ไปตะลอนที่ไหนแล้วครับ จะนั่งสมาธิไม่ขาดครับ  แน่นอนจริง ๆ ครูของเรานี่ ให้ตายเถอะ
 
 

  • สุขภาพดีขึ้น
    สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ นบกนก กาญจนวิทย์ (ปุ๊) ปุ๊ได้รู้จักอาจารย์ศุภกิจ อัครเบญจพล จากหนังสือหญิงไทย ประมาณ เดือนเมษา ปีสามศูนย์กว่า ๆ คอลัมน์ของ คุณศิลาลักษณ์ ซึ่งรุ่นน้องนำมาให้อ่า...

  • หลวงพ่อฤาษีฯพามาหาอาจารย์
    สวัสดีครับ ผมชื่อ บอล..ครับ เห็นเขาเขียนบทความ เล่าถึงประสบการณ์เกี่ยวกับอาจารย์แล้ว อดไม่ไหว อยากเล่าบ้าง เอาเลยนะครับ ตัวผมเองตอนเป็นเด็ก เรื่องธรรมะนี่ เท่าที่จำได้ก็เป็นเรื่อง...

  • ค้าขายดี ลูกค้าไม่มีตก
    สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมขอแน่ะนำตัวก่อนผมชื่อ พิจักษณ์ภรรยาชื่อ ศศิกานต์ ดอนเส ปัจจุบันประกอบอาชีพส่วนตัว (เปิดร้านขายยา)ก่อนที่ผมจะได้มาพบอาจารย์ศุภกิจ ตัวผมเองมีอาจารย์...

  • เรียนจบนิติศาสตร์ได้
    เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นส่วนหนึ่ง จากประสบการณ์ของผู้เล่าเอง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ หากประสบการณ์ที่เล่านี้ จักเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้ใด ก็ขอโมทนาบุญด้วยครับผม ก่อนอื...

  • บ้าน
    สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ อี๊ด เป็นเพื่อนรุ่นพี่ของปุ๊ เคยทำงานด้วยกัน ที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง และได้รู้จักกับอาจารย์ศุภกิจ และพี่อ้อยพร้อมกันกับปุ๊ โดยในวันที่ปุ๊เล่าให้ฟังว...

  • คุณธัญญารัตน์ อาจารย์เห็นต้นกล้วยที่บ้านได้อย่างไร
    วันที่ 17 สิงหาคม 2552 เรียน อาจารย์ศุภกิจ อัครเบญจพล เรื่อง กล้วยน้ำว้า...ใส่บาตร ข้าพเจ้า น.ส.ธัญญารัตน์ วันทา ได้เริ่มมาหาอาจารย์ศุภกิจ ประมาณปีพ.ศ. 2539 ซึ่งเพื่อนที่ทำงาน ได้...

  • เดินได้
    สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อพัช เคยมีความทุกข์ใจเรื่องหลาน และพยายามหาทางออก จนได้มาพบอาจารย์ศุภกิจ เรื่องมีอยู่ว่า หลานของดิฉัน ซึ่งอายุได้ 3 ขวบ 5 เดือนแล้ว แต่ยังพูดไม่ได้ และเวลาเดิน มั...

  • พลังจิตเพื่อนปฏิบัติธรรมทำสมาธิ.jpg
    ในทุก ๆ แห่งบนโลกใบนี้ เชื่อเถอะว่า ไม่มีที่ใดเลย ที่ปราศจากการใช้พื้นที่ ปราศจากการผูกพัน และอาลัยต่อพื้นที่นั้น ๆ ณ ค่ายอัครเบญจพลก็เช่นกัน ด้วยความรักและผูกพัน ด้วยอยากมีส่วนร่ว...

  • ลองของ เปิดกล้องไม่ได้
    วันนั้นเป็นวันที่สอง ของการอบรมสมาธิ รุ่นที่ 16 (6 ธันวาคม พ.ศ.2551) เวลาเที่ยงกว่า ที่ค่ายปฏิบัติธรรมอัครเบญจพล อำเภอบ่อพลอย ขณะที่ผม กำลังจะไปเก็บภาพคนในโรงอาหารอยู่นั้น ก็เห็นอา...

  • คลื่นกระทบฝั่ง
    ครอบครัวของท่านผอ.นรินทร์ และภรรยา ติดตามอาจารย์ศุภกิจมานานหลายปี แต่ไม่เคยเลยที่ ผอ.นรินทร์ จะมาพบอาจารย์ศุภกิจ มีแต่เพียงภรรยาของท่าน นำรูปมาแก้กรรมให้เท่านั้น ก่อนจะมีการจัดอบ...

  • เรื่องของผู้หญิง อยากรู้
    มีบุคคลหลายชนชั้น หลายประเภท หลายอาชีพ ต่างก็มาพบอาจารย์ศุภกิจ รวมกระทั่งคุณนายบ้านเล็ก พวกคุณนายเหล่านี้ มีอยู่มีกินอย่างสุขสบาย เธอมีหน้าที่จะต้องสวยให้ได้ทุก ๆ วัน ดังนั้น สถานท...

  • สายใยบุญ
    สวัสดีค่ะ เราชื่อเกรซ ได้รู้จักอาจารย์ศุภกิจ จากทางครอบครัวแนะนำ ซึ่งได้ไปพบอาจารย์จากการเซิร์ทในอินเตอร์เน็ต เมื่อปี พ.ศ. 2552 ณ ขณะนั้น เรากำลังศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศ ทางบ้านได้...

  • เฉียดหัวใจ เส้นยาแดงผ่าแปด
    ในการอบรมสมาธิครั้งที่ 19 ซึ่งตรงกับวันที่ 4-6 กรกฏาคม พ.ศ.2552 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ 180 คน ทุกครั้งของการอบรม ก็จะมีบรรดาลูกศิษย์ ที่ผ่านการอบรมในครั้งที่ผ่านมา นำเพื่อนหรื...

  • บ้านแตก กรรมลักของสงฆ์
    เมื่อตอนสมัยยุคฟองสบู่แตกหลายบริษัทถูกปิด มีคนตกงานกันมาก รวมทั้งข้าพเจ้าด้วย งานที่ไม่เคยทำ ก็ต้องทำไปก่อนเพื่อความอยู่รอด มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง มาจ้างให้เลี้ยงลูกคนเล็กให้ ตั้งแต่แ...

  • คุณกร
    สวัสดีครับ ผมชื่อกรครับ นิสัยผม ผมเป็นคนบ้างานมากเกินไป งานยุ่งจนแทบไม่มีเวลา ผมเห็นช่องทาง โอกาสที่จะสร้างตัว ขึ้นไปในตำแหน่งที่สูงขึ้น เลยทำแต่งาน จนไม่มีเวลาส่วนตัว อยู่มาวันหน...

  • วรษา-ภวัต.jpg
    ผมชื่อภวัตครับ ครั้งแรกที่มาพบอาจารย์ เพราะคุณเอนกมาชวน ไปบ้านอาจารย์ศุภกิจ ผมก็ถามว่า อาจารย์เป็นพระหรือฆราวาส เขาก็บอกว่าเป็นฆราวาส เราก็อือ...เป็นฆราวาส เราเลยถามต่ออีกว่า เขาเป...

  • คุณเอ็กซ์และคุณรัก
    รักอยากแชร์ประสบการณ์ 7 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551) เพื่อขอกราบขอบพระคุณ ในความเมตตาของ อาจารย์ศุภกิจ กับแม่อ้อย ที่เราเคารพ และศรัทธาในตัวท่านมากค่ะ ซึ่งจะเป็นการเล่า ตั้งแต...

  • คุณจิ๋ม พิชญ์สิณี
    ประสบการณ์ของพิชญ์สิณี (จิ๋ม) ขอนแก่นนะคะ วันนี้โอนเงินให้อาจารย์ 7,000 บาท ปกติก็โอนทุกเดือนนะคะ หลังจากนั้นประมาณ 15 นาที ลูกค้าซึ่งไม่ให้เงินมานานแล้ว โอนเงินเข้าบัญชีให้จิ๋มข...

  • สมาธิ ส่งผลให้ชีวิตดีขึ้น
    เมื่อ 4 ปีที่แล้ว (ในปี พ.ศ. 2553 ) แพนเป็นคนที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย เที่ยวเล่นไปวัน ๆ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไร มีทุกอย่างครบ เพราะพ่อแม่หาไว้ให้ เวลาไปวัด ก็เอาสตางค์ไปหยอดในตู้...

  • นั่ง helicopter เที่ยวไนแองการา
    "รายงานผลการแก้กรรมย้อนหลัง 3 ปี" เดือนมิถุนายน 2556 เป็นเดือนที่ครบรอบแก้กรรมของผม จึงอยากแชร์ประสบการณ์เล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับท่านอื่นๆ บ้างเนื่องจากในปี 2553 มีเรื่องท...

  • คุณทัช
    ผมชื่อ ทัช นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง มาปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ฝึกภาวนาอัครเบญจพล H.R.D. บ่อยมาก มาเกือบทุกอาทิตย์ นั่งรถมาคนเดียว เพราะใจอยากมาครับ ผมเป็นลูกศ...

  • รดน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์
    เรื่องของภาวนา "น้ำมนต์พลิกชีวิตศักดิ์สิทธิ์หลวงตาทัศน์วัดแจ้ง" คราวหนึ่งเราผู้เขียนเข้าไปพบสนธนากับอาจารย์ศุภกิจ อาจารย์ศุภกิจได้บอกว่า วันหยุดที่จะถึงนี้ ที่วัดแจ้งมีงานพุทธาภิเ...

  • คุณจิ๊บ
    สวัสดีค่ะ ชื่อ จิ๊บ อายุ 42 ปี เริ่มเป็นลูกศิษย์อาจารย์ศุภกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ค่ะ มาครั้งแรก อาจารย์ก็ทักเรื่องที่กำลังทุกข์ และท้อได้ตรงมาก ๆ อาจารย์เมตตา ชี้แนวทางแก้ไข ให้ทำ...

  • ผลจากสมาธิได้งานใหม่ที่ดี
    คนอะไรเปลี่ยนงานได้ง่ายนิดเดียว แค่คิดเปลี่ยนงาน ก็ได้งานใหม่ที่ดีกว่าเดิม ไม่ต้องกลัวว่าจะตกงาน สิ่งสำคัญคือ ถ้าอยากได้งาน ต้องนั่งสมาธิ ปัญหาเรื่องเปลี่ยนงาน จะกลายเป็นเรื่องเล็ก...

  • ปาฏิหาริย์มีจริง
    ดิฉันชื่อ ธาราทิพย์ มันเทศ ได้พบอาจารย์ศุภกิจ มาเป็นเวลาเกือบ 5 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 โดยการแนะนำของคุณเอนกและคุณเต้ย โดยคุณเต้ย (ปิยธิดา ดวงสอดศรี) ได้ให้คำแนะนำในการใช้ชีวิต...

  • ทำมาค้าขึ้น
    สวัสดีค่ะ พี่รู้จักอาจารย์มาประมาณ 5-6 ปีแล้วค่ะ สาเหตุที่มาหาอาจารย์ศุภกิจ เพราะพี่อยากจะทราบว่า ทำไมพี่มักจะฝันถึง สามีที่เสียไป ในฝันเค้าจะบอกว่า มาอยู่กับเขาเถอะมันสบายมากเลย น...

  • ดาบตำรวจไกรลาศ
    สวัสดีครับ ผมดาบตำรวจไกรลาศ ใจสอาด ครับ ผมรู้จักอาจารย์เหตุเพราะ ผมจะดำเนินการสร้างพระพุทธรูป ขนาดหน้าตักกว้าง 10 เมตร ที่สำนักสงฆ์ถ้ำเขาทะลุ จังหวัดกาญจนบุรี น้ำ-ไฟยังไม่มี มีหล...
Visitors: 1,491,307