ไม่เห็นโลงศพ..ไม่หลั่งน้ำตา

สวัสดีค่ะ ชื่อ จิ๊บ อายุ 42 ปี เริ่มเป็นลูกศิษย์อาจารย์ศุภกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ค่ะ มาครั้งแรก อาจารย์ก็ทักเรื่องที่กำลังทุกข์ และท้อได้ตรงมาก ๆ อาจารย์เมตตา ชี้แนวทางแก้ไข ให้ทำบุญ นั่งสมาธิ หลังจากนั้น ก็ไปชวนเพื่อน ๆ และครอบครัวมาหาอาจารย์ ทุกคนพูดเหมือนกันว่า ที่อาจารย์บอกนั้นใช่เลย

 

ปีแรก พ.ศ. 2554 ที่มาหาอาจารย์ มีปัญหาเรื่องงาน-เรื่องเงินค่ะ ก็ไปทำบุญตามที่อาจารย์บอกและนั่งสมาธิอย่างตั้งใจ ปัญหาต่างๆ ก็ผ่านไปได้

 

ปี พ.ศ. 2555 ปีที่สองมาหาอาจารย์ต่อ ปีนี้งานเยอะขึ้น-รายได้มากขึ้น

 

ปี พ.ศ. 2556 ปีที่สาม ปีนี้งานยุ่งมาก มาหาอาจารย์ช้ากว่าเดิม อาจารย์ทักทันทีว่า “ปีนี้ระวัง เจ้ากรรมนายเวรเค้าจะขัดขวางไม่ให้เราเหลือเงินนะ และระวังเรื่องสุขภาพ ให้ไปตรวจสุขภาพด้วย”  ปีนี้อาจารย์เน้นเรื่องสุขภาพมาก ๆๆๆๆ ย้ำมากจนกระทั่งเรารู้สึกว่า ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ ๆ ท่านยังเน้น เรื่องนั่งสมาธิอย่างให้ขาด ปีนี้งานดีขึ้น รายได้มากขึ้นกว่าสองปีที่ผ่านมา มีงานเข้ามาตลอดเวลา แทบจะไม่ได้พัก

 

การทำบุญ จากที่เคยทำทุกเดือน ก็เริ่มควบ สองเดือนทำพร้อมกัน นั่งสมาธิ จากที่เคยนั่งตลอดเช้า-เย็น ก็เริ่มนั่งบ้างไม่นั่งบ้าง สนุกกับงาน คิดว่ามีโอกาสมีงาน มีรายได้เข้ามา ต้องลุยให้เต็มที่ น้ำขึ้นให้รีบตัก ทำงานกลับมาเหนื่อย ก็ผลัดไป ค่อยนั่งสมาธิแล้วกัน เหนื่อยแล้ว ผลัดไปผลัดมา กลายเป็นไม่ได้นั่งเลย ทำบุญอย่างเดียว

 

มาหาอาจารย์ตั้งแต่เดือนเมษายน งานเยอะตลอด เดือนกรกฎาคม เริ่มมีเหตุอย่างที่อาจารย์บอก คือ สินค้าที่ส่งลูกค้าหายไปและแตกเสียหาย ในวันเดียวกันประมาณ 4,000 บาท ก็ยังไม่คิดอะไร คิดแค่ว่า ทำงานมันก็มีเรื่องผิดพลาดได้ เป็นเรื่องธรรมดา ก็ยังลุยงานเหมือนเดิม ไม่ได้นั่งสมาธิ

 

เดือนสิงหาคม จากสุขภาพแข็งแรงมาตลอด ประมาณ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556 มีเลือดไหลกะปริบกะปรอยจากช่องคลอด โดยที่ไม่ได้เป็นช่วงที่มีประจำเดือน 7-8 วันก็ยังไม่หยุด งานก็ยุ่งมาก ไม่มีแม้เวลาจะไปหาหมอ นึกถึงที่อาจารย์ศุภกิจย้ำเตือนมาก ๆ คุยกับเพื่อน ๆ และพี่สาวที่เคยเล่าให้เค้าฟัง ทุกคนก็จำได้


วันที่ 26 สิงหาคม 2556 เพิ่งมีเวลาว่าง จึงรีบไปหาหมอ หมอบอกว่า “เป็นเนื้องอกที่ปากมดลูก ยาว 2 เซนติเมตรและปากมดลูกอักเสบ ตกขาวเยอะมาก เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง” หมอตัดเนื้องอกไปตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก และนัดฟังผลในอีกสองสัปดาห์



หลังจากหาหมอ จึงรีบไปหาอาจารย์ศุภกิจวันนั้นเลย อาจารย์ให้ทำบุญของเดือนสิงหาคม 9 ชุด และให้ซื้อของทำบุญเพิ่ม เน้นให้นั่งสมาธิ และท่องพุทโธตลอดเวลา และให้จุดธูปขอพรหลวงปู่สรวงกับหลวงปู่หมุน จึงไปทำตามที่อาจารย์ศุภกิจบอก นั่งสมาธิเช้า-เย็น ครั้งละ 1 ชั่วโมง เวลาอื่นก็ท่องพุทโธในใจตลอดเวลา

 

รู้สึกถึงคำว่า “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา” อย่างซาบซึ้งมาก ๆ จริง ๆ นั่งสมาธิก็ขอโอกาส ที่จะทำความดีกับเจ้ากรรมนายเวร ขอโอกาสแก้ไข วันสองวันหลังจากทำบุญ-นั่งสมาธิ งานที่เคยราบรื่นดีมาตลอด ก็มีปัญหากับทีมงานเพื่อนร่วมงานอย่างรุนแรง ถึงขั้นเค้าขอแบ่งลูกค้าไป จากงานที่ยุ่งมากเลยกลายเป็นเริ่มว่าง ในใจคิดว่า เจ้ากรรมนายเวรเค้าคงทวงคืน เหมือนที่อาจารย์ศุภกิจบอก ก็ขอยอมรับ แต่ก็ขอแลกกับสุขภาพที่ดีไม่มีปัญหาอะไร

 

วันที่ 1-8 กันยายน พ.ศ. 2556 ตัดสินใจไปปฏิบัติธรรมที่วัด


วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556 ไปฟังผลที่โรงพยาบาล ผลออกมาปกติ ไม่มีเซลล์มะเร็ง ไม่ต้องผ่า ไม่มีปัญหาอะไร กลับบ้านได้เลย และตอนนี้ทีมงานที่มีปัญหากันอย่างรุนแรง ก็มาพูดคุยด้วยดี


นี่ถ้าเชื่ออาจารย์ศุภกิจตั้งแต่แรก ไม่ทิ้งการนั่งสมาธิ คงจะคลี่คลายเหตุการณ์ได้ดี และเร็วกว่านี้ แต่นี่ก็ยังโชคดีที่มีปัญหาแล้ว รีบกลับไปพบอาจารย์ ท่านได้ชี้แนะ ให้ทำบุญแก้ไขได้ทัน และกลับมานั่งสมาธิอย่างจริงจัง


ก่อนที่จะมาพบอาจารย์ศุภกิจ เคยไปดูดวงที่อื่น และจดลงสมุดไว้ ทุกที่พูดเหมือนกัน คือ ระวังโรคมะเร็ง ระวังการผ่าตัดมดลูก แต่ไม่ได้สนใจและลืมไปแล้ว และพ่อก็เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง

 

ถ้าไม่ได้พบอาจารย์ศุภกิจ ไม่ได้แก้ไข ไม่รีบกลับมานั่งสมาธิอย่างที่อาจารย์บอก ก็ไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างที่หมอดูอื่นๆทายไว้หรือไม่ ต่อไปนี้สิ่งที่อาจารย์ศุภกิจเตือนให้ระวัง และเรื่องการทำบุญ-นั่งสมาธิ จะปฏิบัติอย่างจริงจังค่ะ เข็ดแล้วค่ะ เพราะมีเหตุแล้วมาแก้ไขทีหลัง อาจไม่โชคดีอย่างนี้ทุกครั้ง กราบขอบพระคุณอาจารย์ศุภกิจและพี่อ้อยค่ะ ที่เมตตา ชี้แนะให้กำลังใจมาตลอดค่ะ

 


 

บทที่ 2



เริ่มจากพี่จ๊วตและจิ๊บ ได้ขออนุญาตอาจารย์ศุภกิจ เพื่อที่จะจัดซื้อเต็นท์ มอบให้อาจารย์ นำไปใช้ที่ค่ายปฏิบัติธรรมอัครเบญจพล ด้วยความเมตตาของอาจารย์ศุภกิจ เห็นศิษย์คิดดี และเต็นท์จะนำไปใช้ประโยชน์ได้มาก ท่านจึงอนุญาต พร้อมทั้งประกาศให้ พี่จ๊วตและจิ๊บเป็นต้นศรัทธา ในการจัดซื้อเต็นท์

 

จิ๊บติดต่อพี่ ๆ น้อง ๆ ชาวค่ายอัครเบญจพล ผ่านทางไลน์ ขอความเห็นของข้อมูลเรื่องเต็นท์ น้องกรและหลวงพี่ชาติชายมีความรู้เรื่องเต็นท์ ช่วยออกความเห็นเรื่องวัสดุ ยี่ห้อ ราคา ฯลฯ เมื่อได้ข้อมูล จิ๊บไปหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตัวเอง แล้วนำข้อมูลที่ได้ มาปรึกษาน้องกรและหลวงพี่ชาติอีกครั้ง จนได้ข้อสรุป จิ๊บก็ติดต่อกับทางร้าน แต่แรกตั้งเป้าไว้แค่ 20 หลัง จิ๊บติดต่อขอให้เต้ยช่วยแจ้งให้เพื่อน ๆ ทราบ และช่วยดูแลเก็บเงินให้ ตัวจิ๊บเองก็ช่วยแจ้งเพื่อน ๆ และเก็บเงินเองด้วยเช่นกัน


ในช่วงเวลานั้น ทางร้านกำลังจัดรายการลดราคาสินค้าพอดี เลยได้ลดราคาจากราคาเต็ม แต่แรกจิ๊บสั่งแค่ 20 หลัง ทางร้านก็ให้ตามราคาที่จัดรายการ ต่อมาเพิ่มยอดเป็น 40 หลัง ด้วยว่าชาวค่ายอัครเบญจพล และเพื่อน ๆ ในต่าง ๆ สาขา ให้ความสนใจมาก (นับยอดเป็นหลัง ๆ บางคนรวมกลุ่มกันทำ 1 หลัง บางคนทำคนเดียวหลาย ๆ หลัง)


เมื่อยอดมากขึ้น ปัญหาอุปสรรคก็เข้ามาทดสอบพลังใจ ทางร้านแจ้งว่ายอดที่เพิ่มจาก 20 เป็น 40 อาจจะได้รับเต็นท์คละสีกัน จิ๊บก็ต่อรองกับทางร้าน ให้ไปเช็คที่สาขาต่างๆ ให้ ระหว่างรอคำตอบ มียอดจองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เกิน 40 หลัง เลยประกาศอีกครั้งว่า เปิดรับเพิ่มเป็น 60 หลัง จิ๊บแจ้งไปทางร้านว่ามียอดเพิ่ม จะทำอย่างไร และได้ยอดเพิ่มมากกว่าเดิมหลายเท่า จะให้ราคาเดิมได้หรือ ทางร้านแจ้งว่า ได้ติดต่อไปที่โรงงานให้ผลิตรุ่น-แบบ-สีตามที่จิ๊บต้องการเพิ่มให้ และมีสต๊อกเพิ่ม เผื่อจิ๊บจะสั่งเพิ่ม ราคาที่จัดรายการนั้นลด 25% พร้อมส่ง จิ๊บต่อรองขอลดเพิ่ม ทางร้านลดเพิ่มอีก 5% แต่ต้องไปรับของเอง (ราคาที่ได้ลดเพิ่ม ทำให้มีส่วนต่างจากราคาเดิม คูณกับจำนวน คือ 60 หลัง จะมีเงินพอที่จะซื้อเต็นท์ สำหรับนอน 1 คนตามรุ่น-แบบที่ต้องการ และสำหรับนอน 5 คนตามรุ่น-แบบที่ต้องการ)
 

สรุปว่า เต็นท์นอน 2 คน จำนวน 60 หลัง เต็นท์นอน 1 คน ถวายหลวงพี่ชาติชาย และเต็นท์ นอน 5 คน มอบแด่อาจารย์ศุภกิจ และมีเงินเหลืออีก 9,600 บาท มอบแด่อาจารย์ศุภกิจ


พี่จ๊วตและจิ๊บทำงานอยู่ต่างจังหวัด ขับรถมารับเต็นท์ทั้งหมดกลับไปต่างจังหวัด แล้ววันที่มีอบรมปฏิบัติธรรม ณ ค่ายปฏิบัติธรรมอัครเบญจพล ก็จะนำเต็นท์เหล่านั้น มามอบแด่อาจารย์ศุภกิจ


เช้าวันอบรมปฏิบัติธรรมรุ่นที่ 46 พี่จ๊วตมาถึงเอาเต็นท์มาส่ง และอยู่ร่วมปฏิบัติธรรมแค่คืนเดียว  และต้องรีบเดินทางกลับ เพราะจิ๊บป่วยหนัก เข้าโรงพยาบาล ช่วงที่เดินทางมาเป็นวันหยุดราชการ ทางโรงพยาบาลห้ามเยี่ยม พี่จ๊วตเดินทางมาส่งเต็นท์ และมาแจ้งข่าวแก่อาจารย์ศุภกิจและพี่อ้อย


พอดีก่อนหน้านี้ อาจารย์ศุภกิจและพี่อ้อย ท่านได้รับน้ำสมุนไพรจากศิษย์ ท่านได้มอบให้พี่จ๊วตนำไปให้จิ๊บ และให้ตัวพี่จ๊วตเองและให้ภรรยาของพี่จ๊วต


**ด้วยอานิสงส์แห่งบุญที่ตั้งใจทำด้วยแรงกาย-แรงสติปัญญา-แรงทรัพย์ ได้รับผลบุญเต็มกำลัง**


อาการของโรคที่จิ๊บเป็นอยู่ แพทย์วินิจฉัยว่า มีปัญหาตรงก้านสมอง ยังไง ๆ ก็ต้องเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต อาการในตอนนั้นคือ เดินเซ ปากเบี้ยว ตาปิดไม่สนิท ปัจจุบัน จิ๊บหายเป็นปกติ สามารถเดินทาง มาร่วมอบรมปฏิบัติธรรมรุ่นที่ 47 ได้


ตัวพี่จ๊วต มีปัญหาเรื่องปวดขา ปัจจุบัน หายเป็นปกติ ภรรยาพี่จ๊วตมีก้อนเนื้อขนาด 2 เซนติเมตรที่หน้าอก ปัจจุบัน ก้อนเนื้อนั้นหายไปแล้ว


บทความนี้ เขียนเพื่อแสดงถึง อานิสงส์แห่งการตั้งใจทำบุญ ด้วยจิตที่บริสุทธิ์ รักษาศีล หมั่นภาวนา เมื่อถึงเวลา ผลบุญจะตอบสนอง ให้ได้รับผลบุญเต็มกำลัง (ป่วย ก็มียาดีมารออยู่)

 

จิ๊บ

15 พย 2558


 

Visitors: 1,491,307