เข้ามหาวิทยาลัยได้โดยไม่ต้องสอบ

ผมชื่อ ทัช นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง  มาปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ฝึกภาวนาอัครเบญจพล H.R.D. บ่อยมาก มาเกือบทุกอาทิตย์ นั่งรถมาคนเดียว เพราะใจอยากมาครับ

 

ผมเป็นลูกศิษย์ อาจารย์ศุภกิจ อัครเบญจพล ตั้งแต่ตอนอยู่ ม.2 อาจารย์สอนวิชางานเกษตร ตอนอยู่โรงเรียนอาจารย์สอนตลก ไม่รู้ว่าอาจารย์เปิดดูดวงแก้กรรมที่บ้าน ใครจะไปคิดว่า โอ้โห อาจารย์จะสอนด้านกรรมฐาน

 

เริ่มจากแม่ของผม ไม่ทราบว่า แม่ไปทราบมาจากไหน มาบอกว่า “อาจารย์ศุภกิจ” ผมก็ว่า “ คุ้น ๆ” แม่บอกว่า “สอนอยู่ที่รามฯ ไง” ผมก็ว่า “อ้าว อาจารย์เขาดูแบบนี้ด้วยเหรอ แม่ก็พามา พอมาเจออาจารย์ ที่บ้านซอยนวมินทร์ 43 (ที่อยู่เก่า) ก็ตกใจนิดหน่อย ถามอาจารย์ว่า "อาจารย์...ดูเป็นด้วยเหรอ” อาจารย์ก็บอกว่า “ อ้าว...” อาจารย์บอกว่า ให้ทำบุญใส่บาตร ตั้งใจนั่งสมาธิตามที่บอก จะได้โควตา...ก็คิดว่าจะได้ได้ยังไง เราไม่ได้ทำอะไร

 

ตอนแรกผมเล่นกีฬาแบดมินตัน เล่นมาปีครึ่ง ไม่มีอะไรดีเลย เสียตังค์อย่างเดียว เพื่อนก็ชวนให้ลองไปเล่นซอฟท์บอลดู ผมไปเล่นได้วันสองวัน เขาเอาชื่อเข้าเป็นนักกีฬาโรงเรียนเข้าแข่งกีฬาครับ ผมได้โควตา เรียนฟรีจนถึงปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงครับ ผมมาคิดอีกทีว่า “รามฯ แม่ไม่อยากให้เรียน กลัวเรียนไม่จบ ยิ่งชอบเที่ยว เถลไถลอยู่ด้วย” แล้วอีกเขาก็บอกว่า “ไปเรียนเชียงใหม่ไหมล่ะ เดี๋ยวเขาฝากให้” ผมก็แบบ โอ้โห มันได้ขนาดนี้เลยเหรอ แต่ผมก็ไม่อยากไปน่ะครับ

 

อาจารย์สั่งให้นั่งสมาธิ วันละครึ่งชั่วโมง เราก็ทำไม่เหมือนชาวบ้านเขา เรานั่งหนึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมงครึ่ง
ตอนแรกนั่งชั่วโมงหนึ่ง....เมื่อไหร่จะครบ(เวลา)นะ นั่งไปนั่งมา....นาฬิกาอย่าเพิ่งดังนะ อย่าเพิ่งดังนะ ขอนั่งก่อน

 

ประสบการณ์ส่วนใหญ่ ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับตัวเองเท่าไหร่....เพราะว่าเราเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืน เราภาวนาเสร็จแล้ว เราก็ไปเที่ยวกลางคืน บางวันกลับตีสาม ก็โดนพ่อแม่ด่ายับ ผมว่ามันก็ไม่ดีนะครับ แต่ตอนนี้อายุ 17 ปี อยากใช้ชีวิตให้มันคุ้มก่อนครับ เอาไว้ซัก 25 ปี แล้วว่าจะหยุด

 

ตอนที่ไปแข่งกีฬาเยาวชน ที่ศรีสะเกษ รู้อยู่ว่าพรุ่งนี้จะแข่ง พรุ่งนี้จะชิงดำ แต่ก็ยังออกไปเที่ยว ผลออกมา “ตกรอบ” ที่จริงเกือบได้เหรียญแล้ว เสียดาย ที่จริงรุ่นน้องจะสบายแล้ว รุ่นน้องน่าจะได้เรียนที่มหาวิทยาลัยดี ๆ เราก็น่าจะทำเพื่อทีมซักหน่อย ไม่น่าจะเที่ยว ตั้งใจว่าปีหน้า ปีสุดท้ายแล้ว กีฬาเยาวชน เอาใหม่ จะตั้งใจซ้อม ตั้งใจแข่ง... แต่ที่ได้โควตาแล้วถือว่าโอเคครับ... เวลาเรียนนะ ผมไม่ค่อยชอบทำงานส่ง จะมีคนมาทำให้ตลอด

 

เรื่องเงินนะครับ ผมใช้จ่ายกระจุยกระจายหมด เงินเดือนได้เยอะ แต่ว่าเราใช้เกิน แม่ให้เงินมาให้จ่ายค่าเทอม 5,000 บาท ไม่จ่ายครับ เราใช้เกลี้ยง อยู่ ๆ ก็ได้ไปแข่งกีฬาเยาวชน ได้เงินเบี้ยเลี้ยงมา 9,000 กว่าบาทครับ ก็ได้เอามาจ่ายค่าเทอม

 

ผมดีใจนะ นั่งสมาธิแล้วมีเงินให้เที่ยวไม่ขาด อีกอย่างผมเป็นคนเล่นพระด้วย “เล่นพระ แล้วกินเหล้า มันไม่ดีนะผมว่า” หมดค่าพระไปประมาณ 3,000 บาทครับ ตอนหลังเริ่มปล่อยออก เพราะไม่ค่อยมีตังค์ใช้  “ของดี เขามีแล้วไม่อยู่กับเรา เราทำตัวไม่ดี”  มีคนเขาบอกผมว่า “ไม่ได้โง่อะไรหรอก...ขี้เกียจ ทำอะไรก็ไม่ขึ้นหรอกถ้าขี้เกียจ”

 

แม่ผม...มาดูกับอาจารย์ศุภกิจ แล้วแม่เป็นเนื้องอกที่มดลูก แม่บอกให้นั่งให้หน่อย เผื่อเขาจะหาย แต่เขาเองไม่นั่ง ทั้งบ้านผมนั่งคนเดียว ผมนั่งอยู่นาน อยู่ ๆ แม่บอกว่าแม่หายแล้ว มันยุบไปแล้ว “อ้าว ผมนั่ง เกี่ยวอะไรกับแม่ ผมก็ งง”

 

พ่อผม...เขาไม่สนใจ เขาคงคิดว่าพอแล้วมั้ง เขาบวชมาตั้งแต่เด็ก เริ่มจากชีวิตไม่มีอะไรเลย ชีวิตทุกวันนี้ก็ดีพอได้ เขามีบุญเก่าครับ ผมก็ไม่รู้ว่า ทุกวันนี้ใกล้หมดหรือยัง ทุกวันนี้ ผมก็นั่งทุกวัน ให้พ่อกับแม่ครับ....เขาไม่ทำ เราทำเองก็ได้ เขาเป็นพ่อเป็นแม่ เราก็สั่งเขาไม่ได้....เราก็ทำเอง....เรื่องใส่บาตร แม่เขาใส่ให้ พ่อถามว่า “ทำอะไร” แม่บอกว่า “ใส่บาตรแก้กรรม” พ่อว่า “ไร้สาระ” ผมว่า “ทำเพื่อพ่อกับแม่ ผมใส่เองได้...เรามีพ่อแม่อยู่คู่เดียว เราก็เป็นลูกคนเดียว”

ทัตต์ดนัย
22 มีนาคม 2557

 


 

บทที่ 2

ผมเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ศุภกิจ เป็นลูกศิษย์ทางโลกนะครับ ตั้งแต่สมัยผมอยู่ม.2 ครับ

 

เมื่อก่อนผมเป็นเด็กที่เกเรมาก ชอบไปเสาะหาพระดี เพื่อจะไปตีกับเค้า พอมาพบอาจารย์ที่บ้าน ได้แก้เคล็ดชีวิต ได้มาสัมผัสในส่วนที่ต่างไป จากอาจารย์ศุภกิจที่เราเห็นในโรงเรียน ได้มาปฏิบัติธรรม ได้รดน้ำมนต์ ทำให้คิดได้ว่า ถ้าเราไม่ทำดี พระจะคุ้มครองเราเหรอ ก็เลิกยุ่งกะสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ผมเป็นนักกีฬาของโรงเรียนอยู่แล้ว ผมคิดว่า ตัวผมนี่ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่พอมีฝีมือสู้เขาได้ ผมได้เป็นนักกีฬาตัวแทนของกรุงเทพฯ ครับ

 

ผลจากการที่ทำตัวตามที่อาจารย์ท่านสอน หลัก ๆ คือ ติดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยที่ไม่ต้องสอบ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาครับ

 

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ตามที่ตัวเองคิด ให้ถามตัวเองว่า เราลงทุนกับมันมากพอหรือยัง เราทุ่มเทกับมันมากพอหรือยัง มีไหมที่กลับบ้านปุ๊บ มาอาบน้ำนั่งสมาธิเลย แทนที่จะมัวไปดูละคร ถ้ายังมัวเถลไถลโอ้เอ้ ถือว่ายังไม่ทุ่มเทครับ

 

ขอฝากไว้ว่า "กตัญญูครับ รักอาจารย์ศุภกิจท่านให้มาก ๆ ครับ เพราะว่าท่านให้เราด้วยใจที่บริสุทธิ์ แล้วอย่าไปสงสัย อย่าไปคิดนู่นคิดนี่ สั่งอะไรทำครับ อย่างผมนี่อาจารย์บอกให้ไปตัดผม ผมก็ตัดครับ จะให้ทำอะไรผมก็ทำครับ เพราะว่าผมรักอาจารย์ครับ เราเชื่อก่อนอย่าเพิ่งสงสัย ทำที่อาจารย์สั่งครับแค่นั้นพอ อย่าดื้อ แล้วสิ่งที่อาจารย์บอก มันจะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง มันจะเห็นชัดแน่นอน

 

ทัตต์ดนัย
4 กรกฎาคม 2558

 

Visitors: 1,491,307