ปลดหนี้บัตรเครดิต 10 ใบได้

รักอยากแชร์ประสบการณ์ 7 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551) เพื่อขอกราบขอบพระคุณ ในความเมตตาของ อาจารย์ศุภกิจ กับแม่อ้อย ที่เราเคารพ และศรัทธาในตัวท่านมากค่ะ ซึ่งจะเป็นการเล่า ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งแรก ที่ได้มาพบอาจารย์โดยละเอียดตามลำดับขั้นตอนที่จำได้นะคะ

 

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณ เดือนกันยายน พ.ศ. 2551   เหตุผลที่อยากไปพบอาจารย์ คือ "ความทุกข์ เรื่องเงิน งาน สุขภาพ"

1. เงิน      =  หนี้สินจากบัตรเครดิต เนื่องจากการนำมาใช้จ่ายภายในครอบครัว ซึ่งติดบัตรทั้งหมด 10 ใบ เต็มทุกใบ โดนฟ้องศาลคดีเพ่ง ติดแบล็คลิส
2. งาน     =  หน้าที่การงานที่โดนกลั่นแกล้ง โดนกดเงินเดือน งานหนักเงินน้อย
3. สุขภาพ =  มีโรคประจำตัว แฟนเป็นโรคผนังหัวใจรั่ว

 

คุณเอ็กซ์ เป็นคนชอบเช่า-ขายพระเครื่องในเว็บ อาชีพเป็นพนักงานโรงงานช่างเทคนิคทั่ว ๆ ไป ทำงานเข้ากะ ส่วนตัวรักเองทำงานบริษัท ในตำแหน่งพนักงานบัญชี แล้วมาวันหนึ่ง เข้าไปเจอเว็บหนึ่งบอกว่า แก้กรรมได้ อยู่ที่ ซอยนวมินทร์ 43 (เป็นบ้านแก้กรรมหลังเก่า) แล้วแฟนก็เลยเรียกมาดู ก็เลยชวนกันลางาน ลองไปดูกันไหม ?   ไม่รู้ว่าเป็นหมอดู หรือใช้วิธีแก้กรรมแบบไหนกันแน่ ? 

 

พอเรา 2 คนตกลงกันได้ ก็หาวันลางาน พากันนั่งรถทัวร์จากระยอง มาหาอาจารย์ที่กรุงเทพฯ พอมาถึงก็เจอแม่อ้อย นั่งอยู่หน้าบ้าน ลงคิวดูเป็นรอบแรก พอถึงเวลา 5 โมงเย็น อาจารย์ท่านก็บอกว่า ให้เข้าไปนั่งรอพร้อมกันหมดทีเดียว ประมาณ 10-15 คนในรอบนั้น

 

อาจารย์ท่านก็ถามชื่อ แล้วมองหน้า ไล่ดูรายชื่อตามคิวที่ลงไว้ที่ละคน แล้วเขียนใบแก้กรรม ให้คนละแผ่น แล้วอาจารย์ก็จะเล่าให้ฟังทีละคนว่า กรรมของเราไปทำอะไรมา เริ่มจากของแฟน-คุณเอ็กซ์ พออาจารย์มองหน้า ก็ทักว่า "เมื่อคืนนอนดึกเหรอ นอนไม่หลับกันเหรอ" ทักเราทั้ง 2 คนเลยนะค่ะ เรา 2 คน ก็มองหน้ากันแบบ..งง!! แล้วก็ตอบอาจารย์ว่า ค่ะ

 

อาจารย์ท่าน ก็เริ่มพูดถึง เรื่องกรรมของคุณเอ็กซ์ ที่ไปทำมา คือ เป็นมัคทายก นักพัฒนา หัวดี หัวใส ช่างคิด ช่างดัดแปลง ก็เลยเอาบาตรพระมาเจาะรู วางเรียงตามทางเดินพระ ปลูกต้นไม้ในวัด ให้ดูสวยงาม กรรมอันนี้ ส่งผลให้กระเป๋ารั่ว เหมือนบาตรพระ ทำหากินไม่คล่อง เงินทองขาดมือ

 

ส่วนของรัก อาจารย์ท่านบอกว่า ไปทำความสะอาดหน้าพระประธาน ได้ไปทำแก้ววางเชิงเทียนพระแตก ยืมเทียนวัดลืมคืน กรรมตรงจุดนี้ ทำให้เราเก็บเงินไม่อยู่ หากินไม่คล่อง เครียดนอนไม่หลับ น้อยใจในความดีของตัวเอง ต้องแอบไปนั่งร้องไห้คนเดียวเหมือนน้ำตาเทียน เครียดมาก ๆ ก็จะบ้า พอบ้าแล้วก็รำสวย (เราก็แอบแล้วนึกในใจกับตัวเองว่า อาจารย์ท่านรู้ได้ไงว่า เราชอบแอบร้องไห้คนเดียวนะ!!! โอ้ยประโยคนี้แหละ มันโดนใจ น้ำตาแทบไหล เพราะไม่มีใครเคยรู้เลยว่า เป็นแบบนี้อยู่) แล้วก็จะเป็นโรคมะเร็ง ปวดท้องด้านซ้าย เจ็บหน้าอก แต่ถ้าไปแก้ซะก่อน ก็จะได้ไม่เป็น

 

เสร็จอาจารย์ก็ให้ใบแก้กรรมมา ให้ไปใส่บาตร นั่งสมาธิ และให้แก้ภายใน 7 วัน ในครั้งแรก ถ้าเหตุอะไรจะเกิด ก็จะได้ไม่เกิด เพราะถือว่า เจ้ากรรมนายเวรท่านให้โอกาสได้แก้ตัว (ได้มีโอกาสทำบุญ) เสร็จแล้วก่อนกลับ ก็ได้ออกมานั่งคุยกับแม่อ้อยก่อนจะลากลับบ้าน แม่อ้อยท่านก็ถามว่ามาจากไหน? แล้วก็ชวนให้ไปนั่งสมาธิ ที่ค่ายปฎิบัติธรรมที่กาญจนบุรี ก็ตอบตกลงกับแม่อ้อยว่าจะไป พอกลับถึงบ้าน ก็มาเปิดข้อมูลเ กี่ยวกับประวัติของอาจารย์ สถานที่ปฎิบัติธรรม หาข้อมูลต่างๆ รอ

 

พอใกล้วันที่จะไปปฎิบัติธรรม ที่กาญจนบุรี ก็คุยกันกับแฟนว่า เราจะไปถูกไหม? ช่วงนั้นรถยนต์ ก็ไม่ค่อยดีเท่าไร เข้าศูนย์ซ่อมบ่อย แต่ก็คุยกันว่า ไม่เป็นไร ถ้าเราตั้งใจแล้วก็ไปกัน ก็เลยตั้งจิตอธิฐาน เอายังไงก็ต้องไปให้ถึง เช้าวันนั้นเราก็เตรียมตัวตื่นตี 5 ออกจากระยอจะไปกาญจนบุรี เริ่มขึ้นทางด่วน เราก็เริ่มถามทางเลยค่ะ ถามพี่สาวกับพี่เขยว่า ขึ้นทางด่วนลงตรงไหน ก็งม ๆ คลำ ๆ ทางกันไป พอลงทางด่วนได้ เข้านครปฐม ตรงเข้ากาญจนบุรี ท่ามะกา ท่าม่วง แล้วขับหลงกันไปตลอดทางค่ะ ใจก็ลุ้นรถกลัวจะเสีย ทางก็ไม่รู้

 

ที่พึ่งสุดท้ายค ะหาทางไปไม่ถูก ต้องโทรถามทาง โทรไปเข้าเบอร์โทรแม่อ้อย ท่านก็บอกทางตลอด แล้วบ่อย ๆ มาก บอกกี่ที ๆ เราก็ยังไม่ถึงค่ายปฎิบัติธรรมสักที แล้วเรา 2 คนก็คุยกันว่า เราตั้งจิตอธิฐานมาแล้ว อย่างไงวันนี้ต้องไปให้ถึงให้ได้ แล้วก็หลงอีกค่ะ จอดรถถามตำรวจ คนเดินข้างทางเราถามหมดค่ะ โทรหาแม่อ้อยจนรู้สึกเกรงใจ ด้วยความที่เราไม่เคยมากาญจนบุรีกันเลยค่ะ จนสุดท้ายเราก็เจอป้าย อำเภอบ่อพลอย บอกเลยว่าสุดแสนจะดีใจ ในที่สุดก็มาถึงจนได้ แล้วทีนี้ทางเข้าล่ะ เริ่มใกล้จะมืดแล้ว จะเข้ากันถูกไหม? ป่าทั้งนั้น ไปปะยังไงก็ต้องถึง

 

และสุดท้าย ก็เห็นป้ายค่ายปฎิบัติธรรมอัครเบญพล แบบมืด ๆ ไม่มีไฟเลยค่ะ ขับเข้าไปตามซอย ที่มีดินแดงตลอดทาง ไม่มีไฟ ไม่ค่อยมีบ้านคน สรุปเราก็เข้ามาถึงค่าย ในเวลาประมาณ ทุ่มกว่า ๆ เป็นการเดินทางที่ใช้เวลานานมาก ออกตั้งแต่ตี 5 ถึง ทุ่มกว่า ๆ นึกว่าไปเชียงใหม่ค่ะ 555

 

พอถึงแม่อ้อย ก็เรียกถามขึ้นมาว่า นี่ที่โทรถามทางมาจากระยอง ใช่รึเปล่า...ตอบใช่ค่ะ แล้วแม่อ้อยก็หัวเราะ ครั้งแรกที่เข้ามา ก็ประทับใจกับสถานที่ กับประโยคที่ติดไว้หน้าค่าย "บุญถึงจึงได้มา" ถึงกับอึ้งค่ะ โดนใจอีกแล้ว! อยู่ปฎิบัติธรรม 2 คืน 3 วัน อาหาร 3 มื้อ ที่พักฟรี ก็นึกอีกว่าไม่มีที่ไหน ที่จะให้ได้ขนาดนี้อีกแล้ว

 

อาจารย์ศุภกิจกับแม่อ้อย ท่านทั้ง 2 เป็นผู้ให้ ผู้ใจบุญที่ไม่หวังผลจริง ค่าแก้กรรม 300 บาทก็ยังมาเป็นค่าอาหาร เลี้ยงคนปฎิบัติธรรมเลย และการฝึกนั่งสมาธิครั้งแรก ณ.สถานที่แห่งนี้ ก็ทำให้เรา 2 คน บอกกับตัวเองว่า จะมาค่ายทุกครั้ง ตามเวลาที่เราสะดวก และว่างเมื่ออาจารย์จัดอบรม

 

หลังจากกลับไป เราก็ปฎิบัติตาม ที่อาจารย์ท่านสอน นั่งสมาธิ 45 นาที ใส่บาตรทุกเดือน ทำตามคำสอนของอาจารย์

 

สิ่งที่ได้รับ และเห็นผลในเวลาต่อมา ก็เกิดขึ้นตามลำดับ เราสามารถปลดหนี้บัตรเครดิต 10 ใบ หมดภายในเวลา 1 ปี งานที่ว่ายุ่งยาก ก็ค่อยเบาบางลง ได้ปรับเพิ่มเงินเดือน ทุกอย่างเริ่มมีทางออก สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ และทุกวันนี้ มีชีวิตที่ดีขึ้น มีบ้าน รถ ไม่มีหนี้บัตรเคดิต เลิกใช้ เดินตามคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์ ทำบุญตามกำลัง

 

อย่างหนึ่ง ที่เชื่อมาตลอดคือ คำสอนของ อาจารย์ศุภกิจและแม่อ้อย ท่านทั้งสอง คือ ผู้ให้ ด้วยจิตที่อยากให้ลูกศิษย์ทุก ๆ คน อยู่ดีมีสุข สุขภาพแข็งแรง มีกินมีใช้ ไม่ขัดสน นั้นคือ สิ่งที่สัมผัสได้ ถึงความปรารถนาดีของท่าน และสิ่งที่เชื่ออีกอย่างนั้นก็คือ บุญ กรรม มีต้นทุนของมัน ชาติก่อน อาจจะสะสมบุญกรรมมาไม่เท่ากัน ชาตินี้ จึงได้รับผลของบุญและกรรมไม่เท่ากัน การทำบุญใครทำ คนนั้นก็ได้ ทุกอย่างที่เราทำ ได้กับตัวเราทั้งสิ้น

 

สิ่งที่ได้เรียบเรียงเขียนมานี้ เป็นความซาบซึ้งในความเมตตา เพื่อแสดงความกตัญญู ต่อครูบาอาจารย์ ที่เราเคารพอย่างสูง และขอกราบขอบพระคุณ อาจารย์ศุภกิจและแม่อ้อยอย่างมาก มา ณ โอกาสนี้ค่ะ

 

ลูกศิษย์... ค่ายปฎิบัติธรรมอัครเบญจพล
เอ็กซ์ - รัก.... จังหวัดระยอง



Visitors: 1,491,307