เทคนิคเปลี่ยนงานใหม่ ง่ายนิดเดียว

คนอะไรเปลี่ยนงานได้ง่ายนิดเดียว แค่คิดเปลี่ยนงาน ก็ได้งานใหม่ที่ดีกว่าเดิม ไม่ต้องกลัวว่าจะตกงาน สิ่งสำคัญคือ ถ้าอยากได้งาน ต้องนั่งสมาธิ ปัญหาเรื่องเปลี่ยนงาน จะกลายเป็นเรื่องเล็ก หากเรานั่งสมาธิ และรักษาศีล 5 ข้อ


บทที่ 1  ได้มารู้จักกับอาจารย์ศุภกิจ


ก่อนอื่นขอแนะนำตัวเองก่อนค่ะ ชื่อ หมวย ปัจจุบันเป็นพนักงานบริษัทเอกชน เป็นคนที่สามารถเปลี่ยนงาน 8 บริษัทได้ ภายในเวลา 2 เดือน หลังจากที่ได้มารู้จักกับอาจารย์ศุภกิจ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551)


เหตุที่ได้มาพบกับอาจารย์ เกิดจากเรามีความทุกข์เรื่องงาน และมีความกังวลใจกลัวจะตกงาน ซึ่งรุ่นพี่ที่บริษัทเก่า เห็นว่าเรามีความทุกข์เรื่องงาน เค้าเห็นใจเลยชวนมาหาอาจารย์

 

เจ้านายใหม่ไม่ชอบเรา ทั้ง ๆ ที่เราตั้งใจทำงาน เค้าพยายามหาเรื่องว่าต่าง ๆ นา ๆ  แม้แต่นั่งทำงานอยู่เงียบ ๆ ยังโดนเรียกไปต่อว่า คิดว่าคงมีกรรมต่อกันมา คนอะไรจะโชคร้ายขนาดนั้น และแถมเพื่อนพนักงานยังไม่ชอบหน้า หาว่าเราหยิ่งทะนง ทำงานเก่งเกินหน้า


สรุป ทั้งบริษัทมีไม่มีใครชอบเราเลย เราก็จะบอกกับตัวเองเสมอว่า ไม่เป็นไร เราอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องเข้ากับใครก็ได้ ทำงานคนเดียวก็ได้ แต่จริง ๆ แล้ว นั่นเป็นการหลอกตัวเองเสมอมา ข้างในมันทุกข์หนัก นั่งร้องไห้ทุกวัน กินข้าวคนเดียว ไม่คุยกับใครเลย ปิดตัวเองมาตลอด


ปกติเป็นคนไม่ดูหมอดู พอพี่เค้าชวนมาหาอาจารย์ ก็ไป แต่คิดว่าไปอย่างนั้น ๆ ล่ะ อยากรู้ว่าจะเป็นยังไง พอไปถึงบ้านอาจารย์ เราคิวเป็นคิวที่ 100 กว่า นั่งรอนานมาก กว่าจะได้เข้าพบกับอาจารย์ ถึงคิวเรียก เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าเกือบเที่ยงคืนแล้ว  แต่พอได้เข้าไปฟังอาจารย์ปฐมนิเทศ บรรยายไม่เกิน 20 นาที ต้องออกมาแล้ว ได้แผ่นกระดาษมา 1 ใบ ในใจคิดว่า อยากจะถามอะไรก็ไม่ได้ถาม


อาจารย์บอกแค่ว่า อยากรู้อะไร ให้กลับไปนั่งสมาธิทุกวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที และใส่บาตรตามใบแก้กรรมนั้น ภายใน 7 วัน ให้นับจากวันแรกที่มาพบอาจารย์ และเดือนถัดไป ใส่บาตรเดือนละครั้ง จนครบ 12 เดือน ตอนนั้นคิดว่าทำ ๆ ไป ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ลองดู หากต้องการให้ชีวิตเปลี่ยนเหมือนคำพูดของอาจารย์


หลังจากที่ได้ฟังคำแนะนำจากอาจารย์ ครั้งแรก ตื่นมาตีสี่กว่า และตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อนั่งสมาธิ 30 นาที ค่อยลืมตา และได้ทำอย่างนี้ทุกวัน จนเมื่อมีการเปิดปฏิบัติธรรม ที่ค่ายปฏิบัติธรรมอัครเบญจพล อ.บ่อพลอย กาญจนบุรี เราได้ไปทุกครั้งไม่ขาด


จำได้ว่า อาจารย์บอกเราครั้งแรก ในการไปค่ายอัครเบญจพล คือ "บุญถึงจึงได้มา" และ "เวลาเรานั่งสมาธิเหมือนเราปีนต้นไม้หากเรานั่งทุกวัน เหมือนเราได้ปีนอยู่บนยอดไม้ ถ้านั่งทุกวันเวลาจะกระโดดไปยอดไม้โน้นนี่มันก็ง่าย หากเราไม่นั่งสมาธิ เราก็ตกจากยอดไม้ และกว่าจะปีนขึ้นไปได้ใหม่ มันก็ลำบาก เหนื่อย"


นี่คือคำสอน ที่ทำให้เราคิดอยู่เสมอว่า เราต้องอยู่บนยอดไม้ เราจะต้องไม่ตกลงมา จึงหมั่นทำสมาธิ บางวันอาจจะได้ครึ่งชั่วโมง หรือบางวันได้ 60 นาที เราเพิ่มเวลาในการปฏิบัติ

 

จนในที่สุด เราก็สังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองว่า ใจเย็นขึ้น พูดน้อยลง ไม่แส่ส่ายเรื่องชาวบ้าน และคิดว่าเรื่องของมึง-เรื่องของกู อยู่ในใจเสมอ ๆ ในเวลาที่มีเรื่องอะไรมาวุ่นวายในชีวิต


อยากบอกว่า ถ้าใครมีโอกาสได้ไปค่ายอัครเบญจพล นั่นคือ "บุญถึง จึงได้มา" และเป็นโอกาสที่จะพบทางแก้ปัญหา ที่เราคิดว่าไม่มีทางออก ลองนั่งหลับตานิ่ง ๆ เนี่ยแหละ ต้องทดสอบให้รู้ด้วยตนเองให้ได้ คนอื่นทำได้ เราก็ทำได้


สรุปที่เรามีการเปลี่ยนงานบ่อย เพราะเวลาเราคิดว่าอยากเปลี่ยนงาน เราก็ได้เปลี่ยน และได้งานใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม เงินเดือนเยอะขึ้นสองถึงสามเท่า โดยที่เราไม่ต้องกังวลว่า เราจะตกงาน และไม่มีเงินใช้ ทุกอย่างจะเป็นดังที่เราคิดไว้เสมอ แต่กว่าจะทำได้อย่างนี้ ต้อง "ขยันนั่งสมาธิ" ถือศีล 5 ด้วยนะ ต้องลองด้วยตนเอง ถึงจะรู้ว่าทุกคนทำได้


ปัจจุบัน มีผู้ใหญ่รักและให้ความเมตตา เพื่อนพ้องเยอะรักใคร่กันดี มีอะไรก็มาปรึกษา ทำอะไรราบรื่น เพราะเราท่องคาถา

“อิติสุคโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปะฐะวีคงคา พระภุมมะเทวา ขะมามิหัง” ของหลวงพ่อโอภาสี อยู่เสมอ และทำสมาธิไม่ได้ขาด ใส่บาตรอย่างต่อเนื่อง


ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ ที่คอยสอนสั่งลูกศิษย์ และพาไปสร้างพระพุทธรูป เป็นบุญที่ยิ่งใหญ่
ด้วยอานิสงส์นี้ ทำให้เราสมหวังเร็วขึ้น

 

หมวย

10 กรกฎาคม 2559

 

 


  • กรรมกับยุง
    บทที่ 2 กรรมปวดขาไม่รู้สาเหตุ (ระลึกได้ว่า เกิดจากการฉีกขายุงตอนเด็ก) จะเล่าเหตุการณ์เมื่อตอนเป็นเด็กของเรา ในช่วงอายุตั้งแต่ 4-10 ขวบ ตอนวัยเด็ก เราเป็นเด็กที่ซนมาก เนื่องด้วยอยู่...
Visitors: 1,489,016