สายใยบุญทำให้รอดชีวิต

สวัสดีค่ะ เราชื่อเกรซ ได้รู้จักอาจารย์ศุภกิจ จากทางครอบครัวแนะนำ ซึ่งได้ไปพบอาจารย์จากการเซิร์ทในอินเตอร์เน็ต เมื่อปี พ.ศ. 2552

 

ณ ขณะนั้น เรากำลังศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศ ทางบ้านได้ไปให้อาจารย์ดูแก้เคล็ดชีวิตให้ และบอกว่าจะทำบุญใส่บาตรแทนให้ทุกเดือน แต่ต้องนั่งสมาธิเอง อย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมงทุกวัน

 

จากนั้น ในช่วงแรก เราตั้งใจนั่งสมาธิทุกวัน และแผ่เมตตา ตามที่อาจารย์ศุภกิจสอน ส่งผลให้ ผลการเรียนที่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ในระหว่างนั้น  ทุก ๆ เดือน แม่จะใส่บาตรแทนให้ตลอด และได้โทรมา บอกให้ร่วมอนุโมทนาบุญทุกครั้ง พอครบปี ที่บ้านก็ไปหาอาจารย์ศุภกิจ เพื่อเปลี่ยนใบแก้เคล็ดใหม่ให้ทุกปี 

 

นอกจากร่วมอนุโมทนาทางไกลแล้ว  เราได้เคยไปที่วัดไทยบ้าง ไปในช่วงวันหยุด แต่ไปทีไรวัดก็ปิดทุกที เพราะพระท่านมีกิจนิมนต์ไปข้างนอก  เนื่องจากวัดไทยในแต่ละรัฐที่เราอยู่ มีพระสงฆ์ประจำน้อยรูป ถ้าใครนิมนต์ไปข้างนอก ก็จะปิดวัดเลย หลังจากนั้น เราก็ไม่ได้ไปเข้าวัดทำบุญอย่างอื่นที่ใดเลย

 

ชีวิตในระหว่างนั้น ก็ดำเนินเป็นไปตามปกติสุข ไม่ได้มีเรื่องทุกข์ร้อนอะไร  พอเรียนจบแล้วก็เริ่มละเลยการนั่งสมาธิ นึกขึ้นได้ก็นั่งสมาธิบ้าง บางวันก็ไม่นั่ง คิดว่าพรุ่งนี้ก่อน ค่อยทำ พอไม่นั่งบ่อย ๆ ครั้งเข้า ก็หยุดนั่งไปในที่สุด

 

จากนั้นไม่นาน ในปี พ.ศ. 2555 ก็เริ่มป่วย รู้สึกไม่ค่อยมีแรง นึกว่าเป็นเพราะช่วงนั้นอยู่ในฤดูหนาว หิมะตกเยอะ ตอนแรก เริ่มจากการดื่มน้ำแล้วมีอาการไอสำลักน้ำ ส่งผลให้เป็นปอดบวม ได้ไปหาหมอประจำบ้าน หมอก็วินิจฉัยว่าปอดบวม รับประทานยาเดี๋ยวก็หาย

 

ต่อมาอาการปอดบวมไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น รักษามาสองเดือนแล้ว การรับประทานอาหารก็ค่อย ๆ แย่ลง กลืนลำบากมากขึ้น เริ่มสำลักอาหารแข็ง ทานได้แต่อาหารเหลว ทานไปสำลักไป ต่อมา ร่างกายรู้สึกอ่อนแรงมากขึ้น เริ่มยกมือหวีผมลำบาก

 

ที่น่าตกใจมากคือ วันหนึ่ง ได้นั่งลงกับพื้นแล้วลุกขึ้นแบบปกติไม่ได้ กล้ามเนื้อขาไม่มีแรงที่จะยันตัวเองขึ้นมา กลับไปหาหมออีกหลายครั้ง หมอก็วินิจฉัยไม่ได้เพราะไม่เคยเจอผู้ป่วยโรคนี้  ได้คุยกับที่บ้าน ตกลงว่าให้กลับมารักษาที่ประเทศไทย ทันทีที่กลับมา ก็แอดมิดเข้าโรงพยาบาลเลย อยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเดือน ๆ ระหว่างนั้นได้แต่นอนที่เตียง ทำได้แค่สวดมนต์ ตามหนังสือพระที่แม่เอามาให้ไว้ตลอด

 

เนื่องจากที่ผ่านมา ไม่ตั้งใจเจริญสติทำสมาธิ พอถึงเวลาเจ็บป่วย จิตคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย ทำสมาธิไม่ได้  นึกพุทโธไม่ออก เพราะในใจ คิดถึงแต่ความเจ็บปวดที่ตัวเองประสบอยู่ สารพันจะคิด คิดว่าทำไมต้องเป็นเรา ฯลฯ วิธีที่ทำให้ใจสงบลงได้ที่นึกออกก็คือ การท่องบทสวดมนต์อยู่บนเตียงผู้ป่วย เวลาแม่มาเยี่ยม ก็จะนั่งสมาธิเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ เตียง สวดมนต์ให้ฟัง ให้ใจเราสงบ นึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง

 

พอออกจากโรงพยาบาล ก็ถึงครบรอบปีที่ต้องไปหาอาจารย์ศุภกิจพอดี ท่านได้ดูให้และบอกว่า
"บุญเก่าหมดลงแล้ว โชคยังดีที่แม่เอ็งทำบุญใส่บาตรแทนให้ทุกเดือน เพราะอานิสงส์สายใยผลบุญที่แม่ได้ทำแทน ทำให้เอ็งยังไม่ตาย ให้ไปใส่บาตรให้เจ้ากรรมนายเวรซะนะ ถ้านั่งสมาธิไม่ไหวก็นอนสมาธิได้ คนเราถ้าบุญเก่าหมดลง ความเจ็บ ป่วย ซวย เจ๊ง จน จะมาเยือน ไอ้ตายนี่ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นอัมพาต นอนหยอดน้ำข้าวต้มนี่สิจะทำยังไง"

 

พอได้ฟังอาจารย์พูดแล้ว ก็ทำให้คิดได้ว่า เราอยู่ในความประมาทในชีวิตมาตลอด เราไม่เคยคิดว่าตัวเราจะเจ็บป่วยหนักตอนที่ยังไม่แก่ เคยคิดว่ายังมีเวลาเหลืออีกยาวไกล ไว้มีอายุมากหน่อยค่อยเข้าวัดทำบุญ-ปฏิบัติธรรมก็ได้ แต่ลืมคิดไปว่า ความเจ็บ ความป่วย ความตาย มาหาโดยไม่เลือกอายุ ไม่เลือกเพศ ไม่เลือกฐานะ

 

จากนั้นเป็นต้นมา ก็ตั้งใจทำสมาธิ ในช่วงที่ป่วยมากก็นอนสมาธิ กำหนดลมหายใจบนเตียงเอา เข้า-ออกโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง พอเริ่มแข็งแรงขึ้น ก็เริ่มเดินจงกรมรอบสั้น ๆ นั่งทำสมาธิที่เก้าอี้

 

อาจารย์ได้สอนไว้ว่า "สมาธิทำได้ทุกอิริยาบท ยืน เดิน นั่ง นอน ทำได้หมด เพราะถ้ากำลังเจ็บป่วยอยู่บนเตียง สายต่าง ๆ ระโยงระยาง จะมานั่งทำสมาธิได้ยังไง ก็ให้นอนกำหนดลมหายใจไปนั่นละ ใครจะรู้ว่าเราจะตายไปตอนไหน"

 

ตั้งแต่นั้นมา ก็ปฏิบัติตามคำแนะนำของอาจารย์ศุภกิจเรื่อยมา ทั้งในเรื่องของการทำบุญ การฝึกภาวนา

 

ขณะนี้ ปี พ.ศ. 2558 เป็นบุญที่อาจารย์ศุภกิจได้เมตตา ให้คำชี้แนะมาโดยตลอด ผลจากการปฏิบัติ ทำให้การรักษาต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด อาการต่าง ๆ ที่เป็น ได้หายไปแล้ว โรคที่เป็นก็สงบลง ด้วยการรับประทานยาที่หมอให้อย่างเคร่งครัด ยารักษาโรคก็ค่อย ๆ ลดน้อยลงเรื่อยๆ  และสุขภาพก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต พร้อมกับทั้งครอบครัว ทุกคนปฏิบัติภาวนากันพร้อมเพรียง  ส่งผลให้ทุกคนในบ้านมีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้น

 

กราบขอบพระคุณ อาจารย์ศุภกิจ อัครเบญจพล และอาจารย์ดวงใจ เป็นอย่างสูงค่ะ ที่ได้ให้ความเมตตามาโดยตลอด

 

เกรซ

27 เมษายน 2558

 

Visitors: 1,489,017