โหรทำนายต้องตายภายใน 7 วัน


บทที่ 2  โหรทำนายต้องตายภายใน 7 วัน

 
นานมาแล้ว ปุ๊จะเป็นคนชอบดูหมอมากๆ เลย ที่ไหนแม่นขอให้บอก เราจะตามไปดู ไม่รู้เป็นยังไง แล้วมีอยู่วันหนึ่ง พี่อาภรณ์ พาหมอดู (โหรหลวง) ในวังที่พี่เขารู้จักมาดูที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ จี เอฟ จำกัด (มหาชน) ปุ๊ก็เป็นหนูทดลองคนแรก พอเริ่มดูดวง ปุ๊ก็อึ้ง เขาบอกว่าปุ๊จะเจอเนื้อคู่แล้ว คบไม่นาน ประเภทไม่กี่เดือน ก็แต่งเลย แถมทายว่าจะแต่งแน่ๆ   ประเภทหมอฟันธง ปุ๊ก็เลยเถียงแบบฟันธงเหมือนกันว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางแน่ๆ 1,000%
 
 
หมอเขาคงโกรธที่ไม่เชื่อ    เขาเลยทายต่อเลย   บอกว่าปุ๊จะตายภายใน 7 วัน เวลาไปไหนอย่าไปคนเดียว เพราะอาจจะป่วยเป็นลมเป็นแล้งแล้วก็ตาย เลย ประเภทตายทันทีทันใด  อะไรประมาณนี้ละ ต้องมีเพื่อนอย่างน้อย 1 คนไปกับเราด้วยตลอดเวลา ซึ่งดันมาตรงกับปุ๊ที่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว หมอรพ. เคยบอกว่า คุณสามารถตายได้ทันทีทันใด งานเข้าเลยครับพี่น้อง  
 
 
ตอนที่โหรทาย  ใจปุ๊ตกไปอยู่ตาตุ่ม มันวูบ ใจมันเสียมาก ๆ จำได้แม่นว่าหน้าซีดมาก เหมือนจะเป็นลม  ทำไมหรือทายอะไรไม่ทาย ดันมาทายเรื่องที่ไม่ควรพูด น่าจะมีจรรยาบรรณมากกว่านี้นะ ใจมันสั่งให้ เชื่อไปแล้ว และตอนนั้นเพิ่งรู้จักอาจารย์ศุภกิจได้ไม่นาน เพิ่งเข้ายุทธจักร (น้องใหม่)  โหรเขาบอว่าถ้าปุ๊ยังไม่อยากตายตอนนี้ ให้ไปหาต้นโพธิ์มาปลูก ที่วัดต้องรีบปลูกโดยเร็วที่สุด ถ้าต้นโพธิ์ไม่ขึ้น ก็แสดงว่าปุ๊ต้องตาย เหมือนกัน ซื้อเสื้อผ้าให้พ่อแม่ แล้วให้พ่อแม่ให้พรว่าให้ปุ๊มีอายุยืนยาว แล้วยังให้ทำอะไรอีกมากมาย ฯลฯ ค่าดูหมอวันนั้นหนึ่งพันบาท แต่ทำให้ปุ๊มีความทุกข์ทางใจอย่างแสนสาหัส สำหรับการทายของหมอ   
 

เย็นวันนั้นหลังเลิกงานปุ๊ก็รีบไปหาซื้อต้นโพธิ์ ที่จตุจักร ฝั่งอตก. ไปหาหลายๆร้านไม่มีต้นโพธิ์เลย จนท้อมาก แล้วมาเจอจนได้ซึ่งเกือบจะเป็นร้านสุดท้ายแล้ว แต่ก็ดีที่ได้ต้นใหญ่ ยังไงดูจากต้นไม้แล้วมันน่าจะปลูกขึ้นแน่ ๆ คิดในแง่วิทยาศาสตร์ โอกาสรอดตายปุ๊ก็สูงขึ้น ที่นี้ก็ต้องไปหาวัดที่จะปลูก ปกติแล้ววัดจะไม่อนุญาตให้ปลูกต้นโพธิ์ เพราะรากจะทำให้พื้นแตกร้าว
 
 
ปุ๊ก็เลยโทรหาพี่อ้อยเล่าเรื่องที่โหรทายให้ฟัง   พี่อ้อยทราบว่าใจปุ๊มันเชื่อตามที่โหรเขาบอกมาแล้ว พี่อ้อยเลยต้องโทรไปขอ อนุญาตเจ้าอาวาสวัดสร่างโศก จ.สมุทรปราการ ขอปลูกต้นโพธิ์ ท่านก็เมตตาให้ปลูกได้   ปุ๊ก็รีบเดินทางไปกับน้องชายในวันรุ่งขึ้น ระหว่างขับรถไป น้องก็บ่นตลอดทาง เชื่อไปได้เรื่องไร้สาระ อะไรประมาณนั้น  แต่ตอนนั้นใจปุ๊มันเชื่อเกิน 100% ไปแล้ว ตายไม่ตายไม่รู้ปุ๊ต้องปลูกต้นโพธิ์ให้ได้ก่อน อย่างน้อยก็คือความสบายใจแก่ ตัวเอง     พอปลูกเสร็จก็รดน้ำ  ฝากต้นไม้ไว้กับหลวงพ่อ ว่าช่วยดูให้ด้วย   ก็ใจมันกลัวนะสิ   ก็หมอบอกว่าถ้าต้นไม้ตายปุ๊ก็ต้องตาย   หลังจากปลูกต้นไม้เสร็จ ก็ไปกราบลาหลวงพ่อ ท่านคงเห็นหน้าปุ๊ไม่สบายใจ เท่าไร หลวงพ่อถึงกับรับรองเอาศรีษะอาตมาเป็นประกันว่า โยมยังไม่ถึงที่ตาย ท่านเน้นหลายครั้งมาก ท่านพูดถึงขนาดนี้ ลองนึกภาพดูนะค่ะว่า ปุ๊จะอาการขนาดไหน   เพราะใจมันคิดไปแล้ว คิดแต่เรื่องตาย ๆ อย่างเดียว พอปลูกต้นไม้ได้ปุ๊ก็โล่งใจ และสบายใจขึ้น
 
 
หลายเดือนจากนั้นมา ปุ๊มารู้ทีหลังว่า พี่อ้อยได้โทรให้ทางวัดถอนต้นโพธิ์ทิ้งไป หลังจากที่ปุ๊ออกจากวัด  พี่อ้อยมาบอกทีหลังว่าก็จิตปุ๊เชื่อไปแล้ว จะไม่ให้ปุ๊ไปปลูกต้นไม้ก็ไม่ได้ ก็ต้องให้ไป เพราะจิตมันบันทึกข้อมูลไปแล้ว แล้วมันบันทึกข้อมูลที่ไม่ดีด้วยสิ  เนี่ยถ้าหมอทายแม่นจริงปุ๊คงตายไปตั้งนานแล้วยคงไม่ได้มาเล่าเรื่องนี้ให้ เพื่อนๆพี่ๆฟังกันหรอกค่ะ
 
 
ไว้จะเขียนมาเล่าใหม่นะค่ะ   เรื่องท่องยุทธจักรของปุ๊มีอีกเยอะ  เอาน้ำจิ้มกันหน่อย ขอโฆษณา เรื่องหมอดูเขมร  ไปหาร่างทรงเจ้าแม่กาลี ฯลฯ แล้วว่างๆจะมาเล่าให้ฟัง อย่าเบื่อเสียก่อนนะ   ขอให้เพื่อนๆ พี่ๆ รักษาสุขภาพกันด้วยนะ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลตัวเองให้ดีเน้อ
        
 
ปุ๊


  • นั่งสมาธิ วัดมเหยงคณ์
    บทที่ 3 รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างไรเมื่อก่อนที่อาจารย์ศุภกิจ ยังไม่ได้สร้างสถานที่ปฎิบัติธรรม ในปี พ.ศ.2548 ทุกวันอาทิตย์ อาจารย์ศุภกิจจะพาลูกศิษย์ไปนั่งสมาธิที่โบสถ์ร้าง วัดมเห...

  • เรื่องเล่า
    บทที่ 4 แค่เนื้องอก...ไม่ใช่มะเร็งประมาณ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปุ๊มีอาการปวดท้องมาก ความรู้สึก ณ ขณะนั้น มันเจ็บมาก ปวดท้องแบบไม่เคยปวดมาก่อนก็ไปหาหมอที่โรงพยาบาล หมอก็ให้รอ รอ ...
Visitors: 1,485,845