รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างไร


บทที่ 3  รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างไร


เมื่อก่อนที่อาจารย์ศุภกิจ ยังไม่ได้สร้างสถานที่ปฎิบัติธรรม ในปี พ.ศ.2548  ทุกวันอาทิตย์ อาจารย์ศุภกิจจะพาลูกศิษย์ไปนั่งสมาธิที่โบสถ์ร้าง วัดมเหยงค์ จ.อยุธยา แล้วแต่ใครว่างก็ไป และทุกวันศุกร์ บรรดาลูกศิษย์ก็จะไปบ้านอาจารย์เพื่อสนทนาธรรม ใครมีปัญหาในการนั่งสมาธิ ก็สอบถาม กับอาจารย์หรือพี่อ้อย และวันนั้นอาจารย์ก็บอกว่า ใครที่จะไปนั่งสมาธิที่อยุธยา ให้เตรียมชุดเพิ่มไปอีกหนึ่งชุด ปุ๊ก็งง เพราะปกติแล้ว ไปนั่งสมาธิทุกครั้ง ก็ใส่ไปชุดเดียว ไปกลับ แต่ก็เอาชุดไปตามอาจารย์สั่ง  

 

โบสถ์ที่วัดมเหยงค์ที่ไปนั่งสมาธิ เป็นโบสถ์เก่าไม่มีหลังคา ทุกครั้งที่ไป ทุกคนจะไปถึงก่อนบ่ายโมง เพราะอาจารย์จะให้นั่งสมาธิ ตอนบ่ายโมง ถึงหกโมงเย็น โดยแบ่งเป็นสามรอบ มีช่วงเบรกด้วย ไม่งั้นก็บ้าตายสิ โดยลูกศิษย์ผู้ชาย อาทิเช่น พี่ฉัตร แมน แจ็ค พี่พัฒ ฯลฯ ให้นั่งกลางโบสถ์ที่ไม่มีหลังคา อยากบอกว่า โคตะระร้อนมาก ๆ เลยละ ส่วนผู้หญิง ก็มีปุ๊ พี่อ๋อย พี่ตี่ พี่อ้อย ฯลฯ นั่งชิดกำแพงเผื่อให้เงากำแพงบังแดด แต่ก็ร้อนนะ ไอความร้อนมันไม่ธรรมดาเลย ขืนนั่งกลางแดด ไม่อยากบอกว่าจะเป็นอย่างไร เพราะผู้ชายที่นั่งมา หน้าดำมาก ขนาดคอยังไหม้ เพราแดด   คิดดูแล้วกัน เพราะช่วงนั้นที่ไปหน้าร้อน เวลาร้อน ก็ร้อนมาก ๆ สุดจะบรรยาย

 

วันนั้นที่ไปปุ๊ไม่ค่อยสบายเท่าไร แต่ก็อยากไปนั่งสมาธิ คิดว่าไม่เป็นไร ถ้าไม่ไหววันจันทร์ก็หยุดไม่ต้องไปทำงาน เชื่อไหมค่ะว่า วันนั้นระหว่างนั่งสมาธิ รอบแรกอากาศร้อนมาก ๆ  รอบสอง มีทั้งลมและฝนและฝนก็ตกแบบฟ้ารั่ว เปียกไปทั้งตัว อาจารย์บอกว่าถ้าใครไม่ไหวก็ให้ออกจากสมาธิได้ ในขณะนั้น ปุ๊ก็คิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ลองดูสักตั้ง จะนั่งต่อไป   จิตตอนนั้นนิ่งมาก ไม่สนใจกับเรื่องที่ฝนตกเลย นั่งจนฝนหายตก แล้วอาจารย์ก็ให้ผู้ชายไปนั่งที่ในคลองต่อ ปุ๊ก็ตามไปกับเขาด้วย แต่อาจารย์ บอกว่าปุ๊ไม่ต้อง นั่งเฉพาะผู้ชาย และวันนั้นเอง อาจารย์พูดว่าข้ารับเอ็งเป็นศิษย์แล้ว ปุ๊ดีใจมาก ๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะผ่านได้ รู้สึกภูมิใจว่าเราทำได้ ทำได้แล้วหรือ มันเป็น อะไรที่ปลื้มมาก ๆ ณ เวลานั้น เพราะสุขภาพปุ๊ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไร ทำได้ขนาดนี้ก็เจ๋งแล้ว  

 

ปุ๊เพิ่งเข้าใจว่า ทำไมอาจารย์ให้เอาชุดไปเพิ่มอีก 1 ชุด อาจารย์รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างไร ว่าฝนตก เพราะวันที่บอกเป็นวันศุกร์ ตอนกลางคืน แต่เราไปวันอาทิตย์ และเป็นช่วงหน้าร้อนอีกต่างหาก มันแปลกดีนะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน พอกลับไปกรุงเทพ วันจันทร์-ศุกร์ ปุ๊สามารถไปทำงานได้ โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้ง ๆ ที่ก่อนไปก็ไม่ดีเท่าไร ซึ่งยิ่งโดนฝนด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง ว่าป่วยแน่ ๆ ซึ่งตัวปุ๊เองก็แปลกใจมากเหมือนกัน มันบอกไม่ถูกว่าทำไมจิตจึงมีพลังได้อย่างนี้ และทุกครั้งที่มีโอกาสไปอยุธยา จะแวะวัดมเหยงค์ แล้วก็ไปนั่งสมาธิที่โบสถ์ร้างเป็นประจำ                 

 

หวังว่าเรื่องที่เล่ามานี้คงจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย ไว้มีโอกาสจะเขียนมาเล่ากันฟังใหม่ และตอนที่เขียนนี้ปุ๊ไม่สบายมากเป็นไข้หวัด คล้าย ๆ จะเป็นไข้หวัดใหญ่ ไข้สูง ไม่มีแรง ทั้งปวดหัว นอนซม  พี่อ้อยก็โทรมาให้เขียนเรื่องธรรมะ จะได้บุญ พี่อ้อยบอกว่าเพราะปุ๊เอง บ้าทำงานมากเกินไป แทบไม่ได้พัก และไม่ได้นั่งสมาธิสม่ำเสมอ ก็ป่วยตามเคย ไม่รู้ว่าพี่อ้อยรู้ได้อย่างไร ว่าไม่ได้นั่งสมาธิสม่ำเสมอ ปุ๊เลยเถียงไม่ออก เพราะมันเป็นเรื่องจริง อย่าทำตามนะคะ นิสัยแบบนี้ไม่ดีค่ะ เชื่อไหมคะว่า พอตอบกระทู้ธรรมะบ้าง เขียนเรื่องเล่าธรรมะบ้าง อาการป่วยดีขึ้น จนตัวปุ๊เองแปลกใจเหมือนกัน มันเป็นเรื่องอัศจรรย์จริง ๆ แล้วเพื่อน ๆ ละคะ คิดว่าอย่างไร

 

ขอให้เพื่อน ๆ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ ดูแลตัวเองดี ๆ นะ

 

ปุ๊


  • โหรทำนายแม่น
    บทที่ 2 โหรทำนายต้องตายภายใน 7 วันนานมาแล้ว ปุ๊จะเป็นคนชอบดูหมอมากๆ เลย ที่ไหนแม่นขอให้บอก เราจะตามไปดู ไม่รู้เป็นยังไง แล้วมีอยู่วันหนึ่ง พี่อาภรณ์ พาหมอดู (โหรหลวง) ในวังที่พี่เข...

  • เรื่องเล่า
    บทที่ 4 แค่เนื้องอก...ไม่ใช่มะเร็งประมาณ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปุ๊มีอาการปวดท้องมาก ความรู้สึก ณ ขณะนั้น มันเจ็บมาก ปวดท้องแบบไม่เคยปวดมาก่อนก็ไปหาหมอที่โรงพยาบาล หมอก็ให้รอ รอ ...
Visitors: 1,487,897