การตามหาความสุขทางหู

บทที่ 5  การตามหาความสุขทางหู


สวัสดีครับเพื่อน ๆ

 
ห่างหายไปนาน กับการเขียน เรื่องเล่าประสบการณ์การปฏิบัติธรรมของผม จริง ๆ แล้วผมไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ ผมยังคงวนเวียนอยู่ในเวป www.Lotuscamp.com นี่แหละครับ หากเพื่อน ๆ มีประสบการณ์การปฏิบัติธรรม หรือมีเรื่องราวที่อยากแบ่งปัน ก็ขอเชิญส่งเรื่องราวประสบการณ์ มาที่อีเมล์ของทางค่ายฯ นะครับ หรือที่แบบฟอร์มติดต่อเราครับ

 
วันนี้ มีเรื่องเล่ามาฝากเพื่อน ๆ ครับ เป็นเรื่องราวต่อเนื่องจากครั้งก่อน ซึ่งได้พูดถึงเรื่องความทุกข์ วันนี้ขอเล่าเรื่องของความสุขมั่งครับ พูดถึงความสุขใคร ๆ ก็อยากมีกันทั้งนั้น ผมก็อยากมีความสุข ว่าแต่ว่า ความสุขอยู่ที่ไหนกัน

 
สำหรับตัวผมเอง ตั้งแต่เริ่มทำงานหาเงินใช้เองได้ ก็มีเรื่องราว การตามหาความสุขอยู่หลายแบบ เพราะเงินที่เราหามาเอง จะใช้จ่ายเพื่อความสุขของตัวเราเอง ใครจะว่าอะไรได้  ก็เริ่มตั้งแต่ความสุขทางหู (ไม่ใช่หาอะไรไปแยงหูเล่นนะครับ)  ผมเป็นคนที่สนใจเรื่องเครื่องเสียงอยู่มาก ตั้งแต่เด็ก ๆ ผมก็โตมากับเสียงเพลง เพราะสมัยหนุ่ม ๆ พ่อของผมเคยทำวงดนตรีมาก่อน  เพลงที่ได้ฟังมีตั้งแต่เพลงลูกทุ่ง เพลงฝรั่งเก่า ๆ และบวกกับเพลงสมัยใหม่ ที่ผมฟังตามยุคสมัย


พอโตมาหาเงินเป็นก็เริ่มก่อร่างสร้างหนี้สิน ด้วยการหาเครื่องเสียงดี ๆ สักชุดมาฟัง เครื่องเสียงชุดแรกก็คือ ยี่ห้อโซนี่แบบรวมชุด ราคาเกือบสองหมื่นบาท ตอนนั้นผมคิดว่าเป็นเครื่องเสียงที่เสียงดีมากชุดหนึ่งเลยทีเดียว ซื้อเครื่องเสียงใส่รถกลับมาที่บ้าน ต้องเก็บเอาไว้ในรถก่อนนะครับ ขนเข้าบ้านเลยไม่ได้ ต้องรอให้คนในบ้านเข้าห้องนอนกันก่อน.. (กลัวโดนว่าใช้เงินเปลือง)  


ตกดึก ในบ้านมีแต่ความเงียบ เพราะพ่อแม่พี่น้องเข้าห้องนอนกันหมด แต่ผมยังตื่นอยู่ 555  เพราะนั่งรอเวลาแห่งความสุข ที่จะได้ฟังเครื่องเสียงเครื่องแรก ที่ซื้อมาจากหนี้สินของเราเอง..อิอิ (ระหว่างรอให้คนในบ้านเข้าห้องนอน โคตรทรมานเลย.. ) เมื่อเวลาโจรมาถึง ผมไม่รอช้า รีบขนเครื่องเสียงเข้าห้องนอน และรีบประกอบเครื่องโดยด่วน  จนในที่สุด.. ฝันที่เป็นจริงก็มาถึง ผมหยิบแผ่นซีดีเพลงของวงอีเกิ้ล เพื่อที่จะได้ลองเพลงโฮเตลแคลิฟอเนีย กับเครื่องเสียงใหม่สักหน่อย แต่ประทานโทษ เปิดเพลงดังไม่ได้ เพราะเขาเข้านอนกันหมดแล้ว กลัวความลับแตกด้วย.. เวรกรรมจริงๆ

 
หลายวันผ่านไป กับเครื่องเสียงใหม่ในห้องนอน กำลังเห่อสุด ๆ ตอนกลางวันนั่งอยู่ที่ทำงาน ทำงานไปก็นึกถึงเครื่องเสียงที่บ้านว่า เย็นนี้จะกลับไปฟังเพลงอะไรดี.. พอกลับถึงบ้าน ก็รีบตรงดิ่งเข้าห้องนอน เพื่อที่จะได้ฟังเพลงจากเครื่องเสียง ใหม่.. เป็นแบบนี้อยู่เกือบเดือน  แบบว่าโคตรเห่อ..

 
จากนั้นไม่นาน หูทั้งสองข้างก็เริ่มหาเรื่องอีกแล้ว เล่นอินเตอร์เน็ท เข้าไปหาข้อมูลเครื่องเสียง ก็ดันไปเจอ เวปชุมนุมจอมยุทธหูทองเข้าอีกแล้ว หลังจากศึกษาวิชาหูทองอยู่ไม่นาน ก็อยากได้เครื่องเสียงที่เขาบอกว่า ขณะที่ฟังเพลง มันเหมือนกับมีเครื่องคนตรีลอยมาอยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว.... ขาย....แน่ ๆ   เสียงดังก้องอยู่ในรูหูของผม (ไม่ได้ขายตัวนะครับ) ผมหมายถึงขายเครื่องเสียงที่อยู่ในห้องนอน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยชมว่ามันเสียงดีเสียเหลือเกิน ซื้อมาเกือบสองหมื่น ใช้ไม่ถึงสองเดือน ขายต่อเพื่อนไปหมื่นเดียว.. โคตรกำไรเลย..555

 
ขายเครื่องเสียงชุดเก่าเสร็จ จัดของใหม่มาทันที คราวนี้มาแบบ เครื่องเสียงแยกชิ้น (ไม่ใช่พังเป็นชิ้น ๆ นะครับ) เขาเรียก เครื่องเสียงแบบแยกชิ้น แต่ละชิ้นแพงกว่าแบบรวมชิ้นเสียอีก เฉพาะลำโพงเล็ก ๆ 1 คู่ ซื้อมาสองหมื่นกว่าบาท แอมป์อีกเครื่องละเกือบสองหมื่น เครื่องเล่นซีดีเกือบหมื่นบาท เครื่องรับวิทยุอีกเกือบหมื่น สายลำโพงเส้นละเป็นพันบาท สายสัญญาณอีก พันกว่าบาท ขาตั้งลำโพงอีก พันกว่าบาท นี่ยังไม่รวมแผ่นซีดีอีกนับสิบ ๆ แผ่น บางแผ่นราคาแพงมาก แผ่นละเกือบสองพันบาท อย่างถูก ๆ ก็สี่ห้าร้อยบาท ลองรวมราคาดูเถอะครับ นี่ขนาดเป็นชุดเล็ก ๆ นะครับ คนที่เขามีปัจจัยมาก เขาเล่นชุดนึงเป็นแสนเป็นล้านบาท

 
คราวนี้ละ ความสุขเป็นของเราแน่..

 
แต่..เรื่องมันไม่ได้เป็นแบบนั้นน่ะสิครับ เพราะเครื่องเสียงและอุปกรณ์ทั้งหลายนั้น ซื้อมาจากเงินในอนาคตทั้งนั้น (กู้เขามาบ้าง ใช้บัตรผ่อนสินค้ามาบ้าง) นั่งฟังเพลงไปก็เครียดไป ที่เครียดเพราะดันไปอยากได้เครื่องเสียงที่ดีกว่าที่มีอยู่ อยากลองฟังเครื่องเสียงยี่ห้ออื่นดูบ้าง ยิ่งอ่านหนังสือเครื่องเสียง เห็นเขามีเครื่องเสียงดีๆก็อยากได้บ้าง..เครียด..

 
มีอยู่วันหนึ่ง ผมได้ชวนเพื่อนมาฟังเครื่องเสียงที่บ้าน (แบบว่าอยากโชว์) ผมก็จัดเพลงแบบว่า เด่น ๆ เสียงใส ๆ นักร้องลอยออกมายืนนอกลำโพงกันเลยทีเดียว 555  พอเพื่อนผมได้ฟังเครื่องเสียงก็ทำหน้าแบบ ไม่ค่อยถูกใจเท่าไร..เพื่อนผมมันบอกว่า มันไม่ชอบเครื่องเสียงแบบนี้ อย่างมันต้อง โจ๊ะ ๆ บึม ๆ ดังไปสามบ้านแปดบ้าน แบบเครื่องเสียงงานวัด มันถึงจะชอบ  ผมเลยด่ามันไปว่ามึงมันหูไม่ถึง..555  จาก นั้นผมเริ่มหงุดหงิดทันที นึกในใจว่า อะไรวะ เสียงดีขนาดนี้ มึงยังไม่ชอบอีก.. (เสียงที่เราว่าดี ว่าฟังเพราะ.. มันดันบอกไม่ชอบได้ไง)

 
เมื่อผีหูทองเข้าสิง ผมได้มีโอกาสไปงานแสดงเครื่องเสียงแถว ๆ บางนา ที่ไปเพราะในโฆษณาเขาบอกว่า มีลำโพงคู่ละสองล้านมาโชว์ ผมไม่พลาดแน่ อยากเป็นหูทองกับเขาบ้าง เมื่อไปถึงงาน ได้มีโอกาสไปยืนฟังเครื่องเสียง ชุดละหลายล้านบาท ฟังยี่ห้อนู้น มายี่ห้อนี้ เดินเข้าเดินออกหลายห้อง โอว..มายก๊อด หายอยากเลยเรา ผมได้รู้ว่า เครื่องเสียงแพง ๆ สามารถถ่ายทอดเสียงดนตรีและเสียงนักร้องออกมาได้เหมือนกับ เรานั่งดูการแสดงสด ๆ เลยทีเดียว..

 
แต่ด้วยเหตุที่ผมได้เอาเงิน ในอนาคตมาใช้ และการใช้จ่ายเป็นไปอย่างไม่ยั้งมือ ทำให้เกิดอาการ สะดุด..มิใช่สะดุดสิว แต่สะดุดเงินไม่พอใช้นั่นเอง ทำให้ผมต้องทยอยขายเครื่องเสียง และอุปกรณ์ออกไปเรื่อย ๆ จนหมด จะเหลือก็แต่ตู้ใส่แผ่นซีดีเล็ก ๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยแผ่นซีดีราคาแพง....

 
ทั้งหมดนี้ เป็นประสบการณ์ การตามหาความสุขทางหูของผมครับ เพื่อน ๆ ลองพิจารณาดูเถิดครับ  ผมยังมีประสบการณ์ การตามหาความสุขในแบบอื่นๆ อีกครับ ไว้วันหลังจะมาเล่าให้เพื่อนๆฟังอีกนะครับ

 
ขอให้เพื่อน ๆ มีความสุขมาก ๆ นะครับ

 
สวัสดี
(บันทึกเมื่อ มีนาคม พ.ศ. 2552)



  • ปักกลด
    บทที่ 2 มือใหม่ไปปักกลดในป่า สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้พอจะมีเวลา ( จากการเล่นเน็ท ) เลยมานั่งพิมพ์เรื่องราวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านเล่นกันครับ..จากตอนที่แล้วที่ผม เล่าถึงความร้อนของอาก...

  • วัดท่าซุง
    บทที่ 3 ของแบบนี้ต้องพิสูจน์ด้วยตนเอง สวัสดีครับ วันนี้วันลอยกระทง อยู่ว่าง ๆ (ว่างได้ไงฟะ..เวลาทำงานนะนี่.. ) เลยนั่งพิมพ์ประสบการณ์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันครับ จากตอนแรก ๆ ผมได้เล...

  • ร้านกาแฟ
    บทที่ 4 ประสบการณ์ความทุกข์ สวัสดีครับเพื่อน ๆ วันนี้ผีเข้าครับ..เลยอยากเล่าประสบการณ์ การปฏิบัติธรรมให้เพื่อน ๆ ฟัง...จากตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึงการเดินทางไปเที่ยวยังวัดต่าง ๆ และป...
Visitors: 1,487,898